คุณวรท
เชื่อใน Systematic Trading เชื่ออัลกอริทึมของ Jitta Ranking
วรท
Software Engineer

“การลงทุนสุดท้ายก็ต้องใช้เวลา ไม่เวลาเราก็ต้องหาเวลาคนอื่นที่คิดเหมือนเรา Jitta Ranking คือระบบที่คิดว่าใช่สำหรับเรา” Jitta Ranking ผลตอบแทน +82.68% เอาชนะ ดัชนี VN Index ในช่วงเวลาเดียวกันที่ +55.48% (วันที่ 21 พ.ค. 2563- 31 ก.ค. 2567)
เชื่อใน Systematic Trading เชื่ออัลกอริทึมของ Jitta Ranking รีวิว Jitta Wealth
นักลงทุนที่มีประสบการณ์ลงทุนมานานมากกว่าสิบปี หลายคนค้นพบแนวทางการลงทุนที่เหมาะกับตัวเอง และเดินตามแนวทางที่เลือกอย่างมั่นคง แต่สำหรับนักลงทุนที่มีความสามารถเขียนโปรแกรมลงทุนของตัวเองเพื่อให้ลงทุนได้ง่ายสอดคล้องกับหลักการที่วางไว้ก็อาจจะได้เปรียบนักลงทุนอีกหลาย ๆ คน แต่เพียงแค่นั้นก็ไม่ได้หมายความว่าจะประสบความสำเร็จในโลกลงทุนได้ในระยะยาว หากขาดเวลาและวินัยเพียงพอ เช่นเดียวกับคุณวรท Software Engineer ที่เชื่อในการลงทุนด้วย Systematic Trading และพัฒนาโปรแกรมขึ้นมาเพื่อลงทุนเอง แต่ในที่สุดก็เลือกที่จะนำพอร์ตลงทุนมาฝากไว้ที่ Jitta Wealth แล้วเอาเวลาไปทำอย่างอื่นที่ต้องการ กับพอร์ตลูกรัก Jitta Ranking หุ้นเวียดนามที่ทำผลตอบแทนได้ +82.68% เทียบกับดัชนีหุ้นเวียดนามในช่วงเวลาเดียวกันที่ +55.48% (วันที่ 21 พ.ค. 2563- 31 ก.ค. 2567)
จากนักลงทุนแนว VI สู่การเดินทางสาย Quant
คุณวรท เข้าสู่โลกการลงทุน 15 ปีก่อน จากการอ่านหนังสือพ่อรวยสอนลูก แล้วก็เริ่มต้นฝึกลงทุน ด้วยเงินเก็บจากการทำงาน และได้เงินจากครอบครัวที่สนับสนุนให้เขามีกำลังใจในการเรียนรู้ ด้วยเงินก้อนที่ใหญ่ขึ้น เขาทดลองทั้งการลงทุนทางเทคนิคและแนว VI และเช่นเดียวกับนักลงทุนชาวไทยที่อยู่ในตลาดหุ้นมานานมากกว่าสิบปีที่จะต้องคุ้นเคยกับรายการ ‘Money Talk’ รายการเกี่ยวกับการลงทุนเน้นคุณค่าที่จัดโดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร และ ดร.ไพบูลย์ เสรีวิวัฒนา และถึงขั้นตามไปเเรียนปริญญาโทที่นิด้า มหาวิทยาลัยที่อาจารย์นิเวศน์ และอาจารย์ไพบูลย์สอนอยู่ หลังจากรู้สึกว่าการลงทุนด้วยตัวเองได้ผลตอบแทนยังไม่มากเมื่อเทียบกับตลาด และแน่นอนว่า เขาได้เดินทางเข้าสู่สาย VI เต็มตัว
เรียนไปด้วยลงทุนไปด้วย แต่หลังเรียนจบ เริ่มมีการลงทุนแบบ Quant ที่เป็นการนำข้อมูลสติถิต่าง ๆ เข้ามาวิเคราะห์การลงทุน มีรูปแบบทั้งสาย Quant Trading และ Quant VI (อย่างหลังคือแนวทางของ Jitta Wealth) ด้วยความที่อยู่ในสายโปรแกรมเมอร์ คุณวรทจึงสนใจการลงทุนแบบ Quant เพราะคลุกคลีอยู่กับการใช้ข้อมูล และมีความสามารถเขียนโปรแกรมเองได้ และแน่นอนว่าเส้นทางของลูกศิษย์อาจารย์นิเวศน์ตัวจริงอย่างเขา ต้องเลือก Quant VI อยู่แล้ว
ระหว่างที่ศึกษาเรื่อง Quant ได้ 1-2 ปี และเขียนโปรแกรมสแกนหุ้นด้วยตัวเอง ระหว่างนั้นก็ได้รู้จักกับ Jitta จากข่าวสารที่เผยแพร่ตามสื่อต่าง ๆ ว่าเป็นบริษัทแรกที่นำ Systematic Trading มาบริหารกองทุน เขายอมรับว่าก็มีช่วงนึง ที่พยายามเข้ามาแงะว่า
Jitta Ranking มีวิธีการคำนวณอย่างไร จากการเข้าไปศึกษาทำให้พบว่าหลักการและวิธีการมีความคล้ายกับแนวทางของตัวเอง คือใช้ข้อมูลจากงบการเงินมาสร้าง Score เปรียบเทียบราคาตลาดว่ายังมี Margin of Safety มากน้อยแค่ไหน แตกต่างกันเล็กน้อยตรงสาย Quant ของเขาจะดูราคาของหุ้นที่เพิ่มขึ้นมาในช่วงปีสุดท้ายด้วย เพราะมองว่านั่นคือหุ้นดีที่มีคนมองเห็นแล้ว
เมื่อ ‘เวลา’ คืออุปสรรคของการลงทุนด้วยตัวเอง
คุณวรทเริ่มทดลองลงทุนกับ Jitta Wealth ด้วย Jitta Ranking หุ้นไทย และอีกครึ่งพอร์ตก็ใช้ระบบที่ตัวเองเขียนขึ้นมาลงทุนในหุ้นไทยรายตัวต่อไป
และแล้วในจังหวะที่โลกเผชิญโควิด ตลาดหุ้นทั่วโลกต่ำเตี้ยเรี่ยดิน เขากลับได้เงินก้อนเพิ่มมาจากครอบครัว และนั่นเป็นจังหวะที่ทำให้พอร์ตเขาเติบโตได้เป็นกอบเป็นกำ ซึ่งเขาถือว่าเป็นโชคช่วย เพราะถึงแม้จะมีความรู้ แต่หากเขาได้เงินก้อนมาลงทุนก่อนโควิด ภาพอาจจะไม่ใช่แบบนี้และเขาอาจล้มละลายไปแล้ว
ผลงานของ 2 พอร์ตที่ลงคู่กันไป เขามองว่าการลงทุนกับ Jitta Wealth และลงทุนตามโปรแกรมที่เขาเขียนขึ้นมาเองสร้างผลตอบแทนได้ไม่ต่างกันมาก แต่อุปสรรคของการลงทุนเองคือเรื่องของ ‘เวลา’ เมื่อเขาสะดวกที่จะซื้อหุ้นตัวนึงด้วยเงินก้อน ๆ นึง แต่มีเวลาซื้อหุ้นแค่วันเดียว ทำให้สุดท้ายผลตอบแทนที่ได้ก็แพ้ Jitta Wealth ไปเล็กน้อย จนเขามองว่าไม่คุ้มค่าที่จะลงทุนเองแล้ว
“ยิ่งไม่มีเวลา การเทรดเองไม่สะดวกเมื่อเทียบกับการจ่ายค่าธรรมเนียมให้ Jitta Wealth บริหารให้ จะได้ไม่ต้องดูเอง และปีก่อนมีโอกาสไปทำงานต่างประเทศ ยิ่งไม่ได้ดูพอร์ตเลย ปกติจะปรับพอร์ตทุก 3 เดือน แต่พอปล่อยนานถึง 1 ปี มาเปิดพอร์ตดูคือเละเทะมาก ก็คิดว่าไม่ต้องลงเองละกันให้ Jitta Wealth บริหารไปเลย”โชคดีที่เขาได้กระจายการลงทุนไปต่างประเทศผ่าน Jitta Wealth ทำให้ช่วง 2 ปีให้หลังที่โดนตลาดไทยทำร้ายมาต่อเนื่อง เขาไม่เจ็บตัวมากนัก
กระจายความเสี่ยงทั่วโลก พาพ้นวิกฤตตลาดหุ้นไทย
หลังจากเปิดพอร์ตแรกด้วย Jitta Ranking หุ้นไทย เขาก็เปิดตามมาด้วย Jitta Ranking หุ้นเวียดนาม Jitta Ranking หุ้นสหรัฐฯ และ Jitta Ranking หุ้นจีนตามมาล่าสุดเขาเพิ่งเปิด Jitta Ranking หุ้นฮ่องกง
“ตอนนี้หุ้นไทยรายตัวไม่มีแล้ว หลังตลาดไทยทำร้ายมาแล้ว 2 ปี เครียดบ้าง แต่ก็ไม่มาก เพราะกระจายไปตลาดอื่นแล้วผ่าน Jitta Wealth ซึ่งก็เป็นเรื่องดีเพราะตอนตลาดหุ้นไทยลดลง หุ้นสหรัฐฯ ก็พุ่งพรวดขึ้นมา ส่วน Jitta Ranking หุ้นไทยก็ยังมีอยู่เล็กน้อย ซึ่งตอนนี้ก็สำรองเงินไว้ลงเพิ่มอยู่ แต่ยอมรับว่า หุ้นไทยเป็นตลาดเดียวที่ต้องใช้อารมณ์เข้าสู้จริง ๆ เพราะไม่รู้ว่าอัพไซด์อยู่ตรงไหน”
ความเชื่อมั่นในอัลกอริทึม Jitta Ranking คือคำตอบ
คุณวรทเลือกลง Jitta Ranking เป็นหลัก เพราะเชื่อในคอนเซ็ปต์ของ Jitta Ranking และค่าธรรมเนียมรวมที่น้อยมากและเป็นแนวทางที่ตรงจริตกับเขา ผู้ที่เชื่อมั่นใน Systematic Trading ว่า หากระบบคิดมาดีแล้ว ผลลัพธ์ก็จะออกมาดี ซึ่งเขาก็เชื่อว่าระบบของ Jitta Wealth ช่วยเลือกหุ้นที่ดีมาแล้ว แม้บางครั้งตลาดนั้น ๆ มีช่วงดรอปไปบ้าง แต่ระยะยาวควรจะดี ดังนั้นเวลาที่หุ้นตกแรง ๆ เขาจึงรู้สึกเฉย ๆ
“Jitta Ranking คือระบบที่คิดว่าใช่สำหรับเรา แม้จะไม่ได้แมทช์ 100% แต่ก็ใกล้เคียงสุดแล้ว จริง ๆ ก็ขอบคุณ Jitta Wealth ที่ออกกองทุนลักษณะที่ใช้ algorithm trading แนว VI มาให้ เพราะปัจจุบัน algorithm trading ส่วนใหญ่ในประเทศไทยก็ยังเน้นการเก็งกำไร”
พอร์ตลูกรัก ‘Jitta Ranking หุ้นเวียดนาม’
สำหรับพอร์ตลูกรักของคุณวรท เขายกให้ Jitta Ranking หุ้นเวียดนาม ด้วยศักยภาพประเทศเวียดนามที่อยู่ในช่วงขาขึ้นและการไปลงทุนเวียดนามด้วยตัวเองยังเป็นเรื่องที่ยากและวุ่นวาย มีเงื่อนไขหลายอย่างที่จัดการเองไม่ได้ แตกต่างจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ และอีกเหตุผลที่สำคัญคือ Jitta Ranking หุ้นเวียดนามให้ผลตอบแทนสูงที่สุดอันดับต้น ๆ ของพอร์ตทีเดียว
“หุ้นเวียดนามเป็นตลาดที่เราอยากลง แต่ไปด้วยตัวเองได้ลำบาก และ Jitta Ranking ถือเป็นพอร์ตแรกที่ทำให้ผมประทับใจ”
การลงทุนต้องใช้เวลา หรือหา ‘เวลา’ ของคนอื่นที่คิดเหมือนเรา
ผ่านประสบการณ์ลงทุนมานาน เขามีบทเรียนมากมายทั้งเรื่องของความมั่นใจในหุ้นบางตัวที่มีมากเกินไป การลงทุนในหุ้นตัวเดียว พอเจ็บมันเจ็บเยอะ ต่อมาคือการลงทุนด้วยตัวเอง ต่อให้เป็นสาย VI ก็ต้องมีเวลาดูพอร์ตบ้าง หากปรับลดต่ำกว่า 20% ต้องรีบจัดการ เขาเคยปล่อยให้หุ้นบางตัวไหลลงไป -50% ซึ่งนั่นแปลว่าพื้นฐานหุ้นอาจจะเปลี่ยนไปแล้ว
“การลงทุนสุดท้ายก็ต้องใช้เวลา ไม่เวลาเราก็ต้องหาเวลาคนอื่นที่คิดเหมือนเรา”






