คุณธิติ เลิศสุวรรณกิจ
ตั้งเป้าสร้างพอร์ตเกษียณเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ ผ่านได้ทุกสถานการณ์
ธิติ เลิศสุวรรณกิจ
วิศวกร

“ตั้งใจจะถือพอร์ตที่ไม่ต้องทำอะไร ถือไว้เฉยๆ ระยะยาวผ่านได้ทุกสถานการณ์” Global ETF (สมดุล) ผลตอบแทน +25.04% (17 ธ.ค. 63 – 11 ก.ย. 67)
ตั้งเป้าสร้างพอร์ตเกษียณเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ ผ่านได้ทุกสถานการณ์ | รีวิว Jitta Wealth
เส้นทางการวางแผนเกษียณที่ใครหลายคนวาดฝันไว้ อาจจะไม่เป็นไปตามแผนหรือผิดเพี้ยนไปบ้าง แต่ตราบใดที่ยังไม่ถึงเส้นชัย นั่นแปลว่าเรายังมีโอกาสแก้ไข ปรับปรุงและเรียนรู้จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เพื่อให้เดินหน้าตามธงที่ได้ปักเอาไว้อย่างไม่ย่อท้อ เช่นเดียวกับเส้นทางของคุณธิติ เลิศสุวรรณกิจ วิศวกรข้อมูลบริษัทน้ำมันแห่งหนึ่งที่มีเป้าหมายในการสร้างพอร์ตลงทุนที่มีเสถียรภาพ ให้ผ่านไปได้ทุกสถานการณ์ และเติบโตในอัตราเฉลี่ย 3-4% ต่อปี เพื่อเป็น Passive income ไว้ใช้หลังเกษียณ ซึ่งพอร์ตที่เขาเชื่อว่าจะตอบโจทย์เรื่องเสถียรภาพก็คือ Global ETF (สมดุล) ที่พิสูจน์ได้ด้วยผลตอบแทน +25.04% (17 ธ.ค. 63 – 11 ก.ย. 67) เอาชนะ Morningstar Global 50/50 ในช่วงเวลาเดียวกันที่ทำได้ +6.48%
จุดเริ่มต้น: จากการลองผิดลองถูกในตลาดหุ้นไทย
คุณธิติเริ่มลงทุนตั้งแต่เริ่มทำงานได้ไม่นาน หรือราว 8 ปีก่อน เช่นเดียวกับมนุษย์เงินเดือนหลายคนที่ตั้งใจจะทำให้เงินงอกเงยในอนาคต ด้วยการลองผิดลองถูก เป็นแมงเม่าที่โบยบินอย่างไร้ทิศทางในตลาดหุ้นไทย ล้มลุกคลุกคลานจนเจอวิกฤติ พอร์ตพังไปก็หลายรอบ จนถึงจุดที่คิดว่าถึงเวลาต้องอ่านงบให้เป็นและเลือกหุ้นเอง เขาทำการบ้านอย่างหนัก อ่านงบหุ้นทุกตัวเพื่อคัดหุ้นออกมาจัดลำดับและใช้ Jitta เพื่อ cross check ข้อมูลอีกครั้ง แต่สุดท้ายก็พบว่าจิตใจตัวเองสู้ตลาดพังๆ ไม่ไหว
“ช่วงแรกเป็นแมงเม่า ลงทุนเองเลือกหุ้นเอง มั่วๆ ไป ซื้อตามเพื่อน ตามโบรก เล่นหุ้นปั่น ฟัง อ่านบทความ ดูกราฟ บันทึกการเทรด ช่วงขึ้นก็ขึ้นดี พอตลาดแย่ก็แย่หมด ตลาดพังทีก็ใจบางทำอะไรไม่ถูก”
วางเป้าหมายเกษียณ – การจัดสรรสินทรัพย์
เป็นเช่นนั้นเรื่อยมาจนมีรุ่นน้องที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงินได้แนะนำให้ลงทุนในกองทุนรวม คุณธิติจึงเริ่มรู้จักการลงทุนต่างประเทศ ทั้งกองทุนหุ้นจีน กองทุนหุ้นสหรัฐฯ ที่เขาตั้งใจจะลงทุนระยะยาว รวมถึงการลงทุนในกองทุนส่วนบุคคลกับ Jitta Wealth ที่เขาได้ปิดพอร์ตหุ้นไทยทั้งหมดเพื่อมาซื้อกองทุนรวมและกองทุนส่วนบุคคลแทน ปัจจุบันเขามีพอร์ตกับ Jitta Wealth หลายพอร์ตทั้ง Jitta Ranking หุ้นไทย หุ้นจีน หุ้นเวียดนาม หุ้นฮ่องกง Global ETF และ Thematic Optimize
พร้อมๆ กับเริ่มให้ความสำคัญกับเรื่องของ Asset Allocation คุณธิติเริ่มทำ Excel เพื่อให้เห็นภาพว่าเงินลงทุนที่มีอยู่กระจายไปในสินทรัพย์ใดสัดส่วนเท่าไร พอร์ตที่ใหญ่ขึ้นประกอบกับการกระจายสินทรัพย์ ทำให้ผลที่ได้คือพอร์ตลงทุนของเขาไม่หวือหวาเท่าตอนเทรดหุ้นปั่นที่เคยเจอทั้งมูลค่าหุ้นเหลือศูนย์ หรือร่วงไป 60-70% แล้วเด้งมาแสกหน้ามาแล้ว
ในการจัดสัดส่วนสินทรัพย์ลงทุนที่คุณธิติต้องการให้เกิดการกระจายความเสี่ยงนั้น เขาได้มาจากการคำนวณ Excel โดยตั้งเป้าหมายว่าจะเกษียณที่อายุเท่าไร แล้วคำนวณจากรายได้และค่าใช้จ่ายในปัจจุบัน เมื่อเกษียณแล้วจะมีเงินเท่าไร โดยมีเป้าหมายให้ทั้งพอร์ตสร้างผลตอบแทนปีละ 4% ในระยะยาว (ประมาณการณ์ผลตอบแทนของตราสารหนี้ 3-4% และหุ้น 15%) โดยที่จะรักษาสัดส่วนสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำให้มากที่สุด เพื่อให้มีผลตอบแทนมาใช้จ่ายหลังเกษียณโดยที่เงินต้นยังอยู่ครบ
สำหรับสัดส่วนพอร์ตลงทุนที่คุณธิติอยากเห็นคือพอร์ตหุ้นมีสัดส่วนราว 40-45% (ประกอบด้วยหุ้นสหรัฐฯ 40% หุ้นจีน 40% หุ้นไทยและเวียดนามอย่างละ 10%) ที่เหลือก็จะเป็นสัดส่วนของหุ้นกู้และเงินฝากดิจิทัล สัดส่วนราว 30% และอีก 10% จะเป็นกองทุนผสมที่กระจายการลงทุนไว้แล้ว ซึ่งแน่นอนว่าเวลานี้ยังไปไม่ถึงเป้าหมาย แต่ก็เชื่อว่าต้องอดทนและรอคอย
“โจทย์คือให้เงินก้อนใหญ่ที่มีเติบโตที่ 4% อย่างมีเสถียรภาพ ก็ต้องจัดพอร์ตให้ ส่วนที่เซฟๆ เลยอย่างหุ้นกู้ตราสารหนี้ที่ให้ผลตอบแทนประมาณ 3% ให้มีสัดส่วนได้สัก 50-60% ของพอร์ต ยิ่งมีเยอะก็ยิ่งมีเสถียรภาพ”
กลยุทธ์เติมพอร์ต: เน้นโยกเงิน และบทเรียน DCA ขาขึ้น
ด้วยความตั้งใจที่จะกระจายสินทรัพย์ ดังนั้นกลยุทธ์ในการเติมพอร์ตหุ้น เขาจะไม่นำเงินใหม่มาลง แต่จะอาศัยโยกเงินก้อนเดิมที่ครบกำหนดมาลงทุนในสินทรัพย์เดิมแทน โดยยอมที่จะ Cut loss กองทุนเดิมหากเห็นว่ากองทุนใหม่ที่เล็งไว้ มีแนวโน้มสร้างผลกำไรได้ดีกว่าในอนาคต
“เราจะเน้นการโยกเงิน เพราะมีสัดส่วนของเงินว่าจะอยู่ในหุ้นเท่าไร หากมีกองทุนที่ครบกำหนดก็จะโยกไปในสินทรัพย์ประเภทเดียวกัน จะไม่เอาเงินใหม่เข้ามาในหุ้น”
ความตั้งใจการกระจายความเสี่ยงสินทรัพย์ของเขายังไม่ทันลงตัวดีนัก ไม่นานก็มาเจอโควิด 19 ถล่มหุ้นไทยไปอีกรอบ เขารอหุ้นไทยเริ่มกลับมาสู่ขาขึ้น และเริ่ม DCA ช่วงขาขึ้นไปจนตลาดขึ้นไปทำจุดสูงสุดแล้วก็ดิ่งลงมาเช่นเคย บทเรียนการ DCA ช่วงขาขึ้นจนเจ็บตัว ทำให้คุณธิติเริ่มปรับพอร์ตโยกมาที่ Jitta Wealth เมื่อกองทุนไหนครบกำหนดก็จะนำเงินส่วนนั้นมาเปิดพอร์ตกับ Jitta Wealth
“จริงๆ ช่วงแรก เราก็ลงเป็นเงินก้อน จากนั้นก็มา DCA ตามสัดส่วน แต่เป็น DCA ตอนขาขึ้น ทุกอย่างก็สวยงาม แต่พอหุ้นเป็นขาลง ความใจบางสู้ตลาดพังๆ ไม่ไหว พอร์ตก็เละเหมือนเดิม เงินที่มีก็ใช้เติมไปตอนขาขึ้นหมดแล้ว ตอนนี้ก็เลยต้องมา DCA ด้วยเงินเดือน”
Global ETF: คำตอบของพอร์ตที่ “อยู่ได้ทุกสถานการณ์
และด้วยสัดส่วนของพอร์ตที่มีอยู่ในตอนนี้ ยังอยู่ในสินทรัพย์เสี่ยงค่อนข้างมาก ดังนั้น เงินก้อนใหม่ที่จะเข้ามาเขาจะมุ่งเน้นสินทรัพย์ที่มีเสถียรภาพให้มากขึ้น อย่าง Global ETF เป็นหลัก ซึ่งเขาได้ใช้เวลาในการเปรียบเทียบมาแล้วว่าผันผวนน้อยแถมผลตอบแทนดีเมื่อเทียบกับกองทุนอื่นๆ ที่เขาลงทุนอยู่มาหลายปี ในช่วง 2-3 ปีมานี้ คุณธิติจึงเริ่มนำเงินใหม่เข้ามา DCA ใน Global ETF หลังจากที่ซื้อทิ้งไว้มานาน
“ตั้งใจจะถือพอร์ตที่ไม่ต้องทำอะไรมาก อยากได้พอร์ตที่ถือไว้เฉยๆ แล้วระยะยาวได้ 3-4% ตามเป้า เราก็ต้องหาสินทรัพย์ที่ไม่หวือหว่า อยู่ได้ทุกสถานการณ์อย่าง Global ETF ก็คิดว่าอยู่ได้ทุกสถานการณ์ อาจจะมีลบบ้างแต่ระยะยาวน่าจะบวก แต่ทั้งนี้เราก็ไม่สามารถทุ่มทั้งหมดได้ ก็กระจายทั้งพอร์ตอยู่ดี เพื่อให้เป็นพอร์ตที่อยู่ได้ทุกสถานการณ์ ไม่ต้องคอยมาดูพอร์ตบ่อยๆ สามารถใช้เวลาชีวิตกับเรื่องอื่นได้”
บทสรุปการลงทุน: ต้องกระจายความเสี่ยงและวัดผลได้
ประสบการณ์การลงทุนที่เรียกได้ว่ามีแผลรอบตัว หากมองย้อนกลับไป ตอนที่เห็นหุ้นปั่นที่เทรดตามเพื่อนมูลค่าเป็นศูนย์ เขายอมรับว่าถ้าคิด ก็เครียด แต่เขาถือว่าเป็นบทเรียน ที่เขาให้บทสรุปการเรียนรู้ครั้งนี้ว่าต้อง ‘กระจายการลงทุน’ และอย่าเชื่ออะไรอย่างใดอย่างหนึ่งทั้ง 100%
“ไม่ว่าจะเป็นบทวิเคราะห์หุ้นจากโบรกเกอร์ หรือที่การวิเคราะห์ของตังเอง หรือรู้ดีลลับจาก Deal Maker หรือจากรายใหญ่ที่เข้าเทรด ก็อย่าเชื่อ 100% ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้เสมอ ทุกแบบที่พูดมาคือพลาดไปหมดแล้ว ดังนั้นต้องกระจายความเสี่ยงและวัดผลให้ได้ อย่าง Jitta Wealth เองผมก็กำลังเทสอยู่ว่าใช้ AI ดีกว่าลงทุนด้วยตัวเองหรือไม่ เทียบกับลงเองหรือกองทุนอื่นๆ ซึ่งก็ต้องใช้เวลาหลายปี เพราะถึงจุดนี้ใครบอกว่าอะไรดี ก็จะไม่ค่อยเชื่อแล้ว เพราะได้บทเรียนแล้วว่าเราไม่ควรเชื่ออะไร 100%”
ทุกวันนี้แม้ว่าพอร์ตที่คุณธิติมีอยู่กับ Jitta Wealth จะไม่ได้เป็นบวกทั้งหมด เช่น Jitta Ranking หุ้นจีนที่ยังติดลบอยู่ แต่ก็น้อยกว่ากองทุนจีนอื่นๆ ที่เขาลงทุนอยู่เมื่อเปรียบเทียบกัน คุณธิติมองว่าเป็นการลงทุนระยาวที่ต้องใช้ความอดทน และหากมั่นใจว่าหลักการลงทุนถูกต้องแล้ว ความรู้สึกทุกข์ใจจากพอร์ตที่ติดลบก็จะน้อยลง เพราะมั่นใจว่าระยะยาวจะพลิกมาเป็นกำไร ทำผลตอบแทนที่ดีได้ ซึ่งการลงทุนกับ Jitta Wealth ช่วยให้สบายใจกับการลงทุนมากขึ้น และมีผลตอบแทนที่ดีกว่าลงทุนด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นหุ้น หรือกองทุนต่างๆ ซึ่งอนาคตก็คาดว่าจะค่อยๆ ปรับพอร์ตมาที่ Jitta Wealth มากขึ้น






