คุณธิติ เลิศสุวรรณกิจ

mama 14 พฤศจิกายน 2025

ธิติ เลิศสุวรรณกิจ

วิศวกร

ตั้งใจจะถือพอร์ตที่ไม่ต้องทำอะไร ถือไว้เฉยๆ ระยะยาวผ่านได้ทุกสถานการณ์ Global ETF (สมดุล) ผลตอบแทน +25.04% (17 ธ.ค. 63 – 11 ก.ย. 67)

 

ตั้งเป้าสร้างพอร์ตเกษียณ​เติบโตอย่างมีเสถียรภาพ ผ่านได้ทุกสถานการณ์​ | รีวิว Jitta Wealth

เส้นทางการวางแผนเกษียณที่ใครหลายคนวาดฝันไว้ อาจจะไม่เป็นไปตามแผนหรือผิดเพี้ยนไปบ้าง แต่ตราบใดที่ยังไม่ถึงเส้นชัย นั่นแปลว่าเรายังมีโอกาสแก้ไข ปรับปรุงและเรียนรู้จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เพื่อให้เดินหน้าตามธงที่ได้ปักเอาไว้อย่างไม่ย่อท้อ เช่นเดียวกับเส้นทางของคุณธิติ เลิศสุวรรณกิจ  วิศวกรข้อมูลบริษัทน้ำมันแห่งหนึ่งที่มีเป้าหมายในการสร้างพอร์ตลงทุนที่มีเสถียรภาพ ให้ผ่านไปได้ทุกสถานการณ์ และเติบโตในอัตราเฉลี่ย 3-4% ต่อปี เพื่อเป็น Passive income ไว้ใช้หลังเกษียณ ซึ่งพอร์ตที่เขาเชื่อว่าจะตอบโจทย์เรื่องเสถียรภาพก็คือ Global ETF (สมดุล) ที่พิสูจน์ได้ด้วยผลตอบแทน +25.04% (17 ธ.ค. 63 – 11 ก.ย. 67) เอาชนะ Morningstar Global 50/50 ในช่วงเวลาเดียวกันที่ทำได้ +6.48%

จุดเริ่มต้น: จากการลองผิดลองถูกในตลาดหุ้นไทย 

คุณธิติเริ่มลงทุนตั้งแต่เริ่มทำงานได้ไม่นาน หรือราว 8 ปีก่อน เช่นเดียวกับมนุษย์เงินเดือนหลายคนที่ตั้งใจจะทำให้เงินงอกเงยในอนาคต ด้วยการลองผิดลองถูก เป็นแมงเม่าที่โบยบินอย่างไร้ทิศทางในตลาดหุ้นไทย  ล้มลุกคลุกคลานจนเจอวิกฤติ พอร์ตพังไปก็หลายรอบ จนถึงจุดที่คิดว่าถึงเวลาต้องอ่านงบให้เป็น​และเลือกหุ้นเอง เขาทำการบ้านอย่างหนัก อ่านงบหุ้นทุกตัวเพื่อคัดหุ้นออกมาจัดลำดับ​และใช้ Jitta เพื่อ cross check ข้อมูลอีกครั้ง แต่สุดท้ายก็พบว่าจิตใจตัวเองสู้ตลาดพังๆ ไม่ไหว 

“ช่วงแรกเป็นแมงเม่า ลงทุนเองเลือกหุ้นเอง มั่วๆ ไป ​​ ซื้อตามเพื่อน ตามโบรก​ เล่นหุ้นปั่น ฟัง อ่านบทความ ดูกราฟ บันทึกการเทรด ช่วงขึ้นก็ขึ้นดี พอตลาดแย่ก็แย่หมด  ​ตลาดพังทีก็ใจบางทำอะไรไม่ถูก”

วางเป้าหมายเกษียณ – การจัดสรรสินทรัพย์  

เป็นเช่นนั้นเรื่อยมาจนมีรุ่นน้องที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงินได้แนะนำให้ลงทุนในกองทุนรวม คุณธิติจึงเริ่มรู้จักการลงทุนต่างประเทศ ทั้งกองทุนหุ้นจีน กองทุนหุ้นสหรัฐฯ ที่เขาตั้งใจจะลงทุนระยะยาว รวมถึงการลงทุนในกองทุนส่วนบุคคลกับ Jitta Wealth ที่เขาได้ปิดพอร์ตหุ้นไทยทั้งหมดเพื่อมาซื้อกองทุนรวมและกองทุนส่วนบุคคลแทน ปัจจุบันเขามีพอร์ตกับ Jitta Wealth หลายพอร์ตทั้ง Jitta Ranking หุ้นไทย หุ้นจีน หุ้นเวียดนาม หุ้นฮ่องกง  Global ETF และ Thematic Optimize  ​ 

พร้อมๆ กับเริ่มให้ความสำคัญกับเรื่องของ Asset Allocation คุณธิติเริ่มทำ Excel เพื่อให้เห็นภาพว่าเงินลงทุนที่มีอยู่กระจายไปในสินทรัพย์ใดสัดส่วนเท่าไร พอร์ตที่ใหญ่ขึ้นประกอบกับการกระจายสินทรัพย์ ทำให้ผลที่ได้คือพอร์ตลงทุนของเขาไม่หวือหวาเท่าตอนเทรดหุ้นปั่นที่เคยเจอทั้งมูลค่าหุ้นเหลือศูนย์ หรือร่วงไป 60-70% แล้วเด้งมาแสกหน้ามาแล้ว

ในการจัดสัดส่วนสินทรัพย์ลงทุนที่คุณธิติต้องการให้เกิดการกระจายความเสี่ยงนั้น เขาได้มาจากการคำนวณ Excel โดยตั้งเป้าหมายว่าจะเกษียณที่อายุเท่าไร แล้วคำนวณจากรายได้และค่าใช้จ่ายในปัจจุบัน เมื่อเกษียณแล้วจะมีเงินเท่าไร  โดยมีเป้าหมายให้ทั้งพอร์ตสร้างผลตอบแทนปีละ 4% ในระยะยาว (ประมาณการณ์ผลตอบแทนของตราสารหนี้ 3-4% และหุ้น 15%) โดยที่จะรักษาสัดส่วนสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำให้มากที่สุด เพื่อให้มีผลตอบแทนมาใช้จ่ายหลังเกษียณโดยที่เงินต้นยังอยู่ครบ 

สำหรับสัดส่วนพอร์ตลงทุนที่คุณธิติอยากเห็นคือพอร์ตหุ้นมีสัดส่วนราว 40-45% (ประกอบด้วยหุ้นสหรัฐฯ 40% หุ้นจีน 40% หุ้นไทยและเวียดนามอย่างละ 10%) ที่เหลือก็จะเป็นสัดส่วนของ​หุ้นกู้และเงินฝากดิจิทัล สัดส่วนราว 30% และอีก 10% จะเป็นกองทุนผสมที่กระจายการลงทุนไว้แล้ว ซึ่งแน่นอนว่าเวลานี้ยังไปไม่ถึงเป้าหมาย ​แต่ก็เชื่อว่าต้องอดทนและรอคอย

“โจทย์คือให้เงินก้อนใหญ่ที่มีเติบโตที่ 4% อย่างมีเสถียรภาพ ก็ต้องจัดพอร์ตให้ ส่วนที่เซฟๆ เลยอย่างหุ้นกู้ตราสารหนี้ที่ให้ผลตอบแทนประมาณ 3% ให้มีสัดส่วนได้สัก 50-60% ของพอร์ต ยิ่งมีเยอะก็ยิ่งมีเสถียรภาพ”

กลยุทธ์เติมพอร์ต: เน้นโยกเงิน และบทเรียน DCA ขาขึ้น  

ด้วยความตั้งใจที่จะกระจายสินทรัพย์ ดังนั้นกลยุทธ์ในการเติมพอร์ตหุ้น เขาจะไม่นำเงินใหม่มาลง แต่จะอาศัยโยกเงินก้อนเดิมที่ครบกำหนดมาลงทุนในสินทรัพย์เดิมแทน  โดยยอมที่จะ Cut loss กองทุนเดิมหากเห็นว่ากองทุนใหม่ที่เล็งไว้ มีแนวโน้มสร้างผลกำไรได้ดีกว่า​ในอนาคต

“เราจะเน้นการโยกเงิน เพราะมีสัดส่วนของเงินว่าจะอยู่ในหุ้นเท่าไร หากมีกองทุนที่ครบกำหนดก็จะโยกไปในสินทรัพย์ประเภทเดียวกัน จะไม่เอาเงินใหม่เข้ามาในหุ้น” 

ความตั้งใจการกระจายความเสี่ยงสินทรัพย์ของเขายังไม่ทันลงตัวดีนัก ไม่นานก็มาเจอโควิด 19 ถล่มหุ้นไทยไปอีกรอบ เขารอหุ้นไทยเริ่มกลับมาสู่ขาขึ้น และเริ่ม DCA ช่วงขาขึ้นไปจนตลาดขึ้นไปทำจุดสูงสุดแล้วก็ดิ่งลงมาเช่นเคย บทเรียนการ DCA ช่วงขาขึ้นจนเจ็บตัว ทำให้คุณธิติเริ่มปรับพอร์ตโยกมาที่ Jitta Wealth เมื่อกองทุนไหนครบกำหนดก็จะนำเงินส่วนนั้นมาเปิดพอร์ตกับ Jitta Wealth 

“จริงๆ ช่วงแรก เราก็ลงเป็นเงินก้อน จากนั้นก็มา​ DCA ตามสัดส่วน แต่เป็น DCA ตอนขาขึ้น ทุกอย่างก็สวยงาม แต่พอหุ้นเป็นขาลง ความใจบางสู้ตลาดพังๆ ไม่ไหว​ พอร์ตก็เละเหมือนเดิม เงินที่มีก็ใช้เติมไปตอนขาขึ้นหมดแล้ว ตอนนี้ก็เลยต้องมา DCA ด้วยเงินเดือน”

Global ETF: คำตอบของพอร์ตที่ “อยู่ได้ทุกสถานการณ์ 

และด้วยสัดส่วนของพอร์ตที่มีอยู่ในตอนนี้ ยังอยู่ในสินทรัพย์เสี่ยงค่อนข้างมาก ดังนั้น เงินก้อนใหม่ที่จะเข้ามาเขาจะมุ่งเน้นสินทรัพย์ที่มีเสถียรภาพให้มากขึ้น อย่าง Global ETF เป็นหลัก ซึ่งเขาได้ใช้เวลาในการเปรียบเทียบมาแล้วว่าผันผวนน้อยแถมผลตอบแทนดีเมื่อเทียบกับกองทุนอื่นๆ ที่เขาลงทุนอยู่มาหลายปี ในช่วง 2-3 ปีมานี้ คุณธิติจึงเริ่มนำเงินใหม่เข้ามา DCA ใน Global ETF หลังจากที่ซื้อทิ้งไว้มานาน

“ตั้งใจจะถือพอร์ตที่ไม่ต้องทำอะไรมาก อยากได้พอร์ตที่ถือไว้เฉยๆ แล้วระยะยาวได้ 3-4%​ ตามเป้า เราก็ต้องหาสินทรัพย์ที่ไม่หวือหว่า อยู่ได้ทุกสถานการณ์อย่าง Global ETF  ก็คิดว่าอยู่ได้ทุกสถานการณ์ อาจจะมีลบบ้างแต่ระยะยาวน่าจะบวก แต่ทั้งนี้เราก็ไม่สามารถทุ่มทั้งหมดได้ ก็กระจายทั้งพอร์ตอยู่ดี เพื่อให้เป็นพอร์ตที่อยู่ได้ทุกสถานการณ์ ไม่ต้องคอยมาดูพอร์ตบ่อยๆ ​สามารถใช้เวลาชีวิตกับเรื่องอื่นได้”

บทสรุปการลงทุน: ต้องกระจายความเสี่ยงและวัดผลได้

ประสบการณ์การลงทุนที่เรียกได้ว่ามีแผลรอบตัว หากมองย้อนกลับไป ตอนที่เห็นหุ้นปั่นที่เทรดตามเพื่อนมูลค่าเป็นศูนย์ เขายอมรับว่าถ้าคิด ก็เครียด แต่เขาถือว่าเป็นบทเรียน ที่เขาให้บทสรุปการเรียนรู้ครั้งนี้ว่าต้อง ‘กระจายการลงทุน’ และอย่าเชื่ออะไรอย่างใดอย่างหนึ่งทั้ง 100% 

“ไม่ว่าจะเป็นบทวิเคราะห์หุ้นจากโบรกเกอร์ หรือที่การวิเคราะห์ของตังเอง หรือรู้ดีลลับจาก Deal Maker หรือจากรายใหญ่ที่เข้าเทรด ก็อย่าเชื่อ 100% ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้เสมอ ทุกแบบที่พูดมาคือพลาดไปหมดแล้ว ดังนั้นต้องกระจายความเสี่ยงและวัดผลให้ได้ อย่าง Jitta Wealth เองผมก็กำลังเทสอยู่ว่าใช้ AI ดีกว่าลงทุนด้วยตัวเองหรือไม่ เทียบกับลงเองหรือกองทุนอื่นๆ ซึ่งก็ต้องใช้เวลาหลายปี ​เพราะถึงจุดนี้ใครบอกว่าอะไรดี ก็จะไม่ค่อยเชื่อแล้ว เพราะได้บทเรียนแล้วว่าเราไม่ควรเชื่ออะไร 100%”

ทุกวันนี้แม้ว่าพอร์ตที่คุณธิติมีอยู่กับ Jitta Wealth จะไม่ได้เป็นบวกทั้งหมด เช่น Jitta Ranking หุ้นจีนที่ยังติดลบอยู่ แต่ก็น้อยกว่ากองทุนจีนอื่นๆ ที่เขาลงทุนอยู่เมื่อเปรียบเทียบกัน  คุณธิติมองว่าเป็นการลงทุนระยาวที่ต้องใช้ความอดทน และหากมั่นใจว่าหลักการลงทุนถูกต้องแล้ว ความรู้สึกทุกข์ใจจากพอร์ตที่ติดลบก็จะน้อยลง เพราะมั่นใจว่าระยะยาวจะพลิกมาเป็นกำไร ทำผลตอบแทนที่ดีได้ ซึ่งการลงทุนกับ Jitta Wealth ช่วยให้สบายใจกับการลงทุนมากขึ้น และมีผลตอบแทนที่ดีกว่าลงทุนด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นหุ้น หรือกองทุนต่างๆ ซึ่งอนาคตก็คาดว่าจะค่อยๆ ปรับพอร์ตมาที่ Jitta Wealth มากขึ้น

ลงทุนด้วยหลักการที่ถูกต้องกับ Jitta Wealth

ลงทุนอย่างสบายใจ กำไรอย่างยั่งยืน

เรื่องราวอื่น ๆ ที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากคุณธิติ

Software Engineer ที่เชื่อในการลงทุนด้วย Systematic Trading ด้วยอัลกอริทึมของ Jitta Ranking ผลตอบแทน​ +82.68% เอาชนะ ดัชนี VN Index ในช่วงเวลาเดียวกันที่ +55.48% (วันที่ 21  พ.ค. 2563- 31 ก.ค. 2567)

Read more

ผู้ผลิตรายการ I know OK รายการทีวีสำหรับเด็ก ที่ใช้เวลาเก็บเงินพร้อมเกษียณเพียง 6 ปี ด้วย Jitta Ranking Alpha +14.15% (14 ม.ค.68-27ส.ค.68) 

Read more

ทันตแพทย์หญิงผู้ค้นพบการลงทุนที่แมทช์กับชีวิตคุณหมอและคุณแม่  ด้วย Jitta Ranking หุ้นสหรัฐฯ +116.13% (29 ธ.ค. 2563- 9 ม.ค. 2568)

Read more

อดีตนักพัฒนาอสังหาฯ สู่นักลงทุนเต็มตัวที่มีความสุขกับการลงทุนที่ตรงจริตด้วย Jitta  Ranking หุ้นเวียดนาม ผลตอบแทน +57.20% (7 ต.ค.63-9 ก.พ.68)

Read more

ข้าราชการวัยหนุ่มกับการตามหาทางลงทุนที่เหมาะกับตัวเองใน Thematic Optimize ของเขา +49.26% (23 ธ.ค. 65 – 22 ธ.ค. 2568)

Read more

มนุษย์เงินเดือนที่สะสมความมั่งคั่งด้วย Global ETF ผลตอบแทน +58.73% (8 ก.ย. 63-14 ธ.ค.68)

Read more

ดูทั้งหมด