คุณธัญลักษณ์ ภิญโญวัฒนศิลป์
เต็มที่ทุกบทบาท ส่วนเรื่องลงทุนให้ Jitta Wealth ดูแล
ธัญลักษณ์ ภิญโญวัฒนศิลป์
ทันตแพทย์

“ถ้าลงทุนเองต้องคอยอัปเดตและปรับพอร์ต สุดท้ายก็เครียด แต่การลงทุนกับ Jitta Wealth แมทช์กับชีวิตมากกว่า ไม่ต้องปวดหัว หรือกังวลใดๆ” Jitta Ranking หุ้นสหรัฐฯ +116.13% (29 ธ.ค. 2563- 9 ม.ค. 2568)
เต็มที่กับบทบาทคุณหมอ-คุณแม่ ส่วนเรื่องลงทุนให้ Jitta Wealth ดูแล รีวิว Jitta Wealth
“แพทย์” เป็นวิชาชีพที่ต้องทุ่มเทเวลาและความสามารถในการทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ยิ่งเป็นคุณหมอที่มีครอบครัวด้วยแล้ว “เวลา” คือสิ่งล้ำค่าก็ว่าได้ เช่นเดียวกับหมอมิ้นท์ คุณธัญลักษณ์ ภิญโญวัฒนศิลป์ ทันตแพทย์เจ้าของคลินิกทันตกรรมสไมล์อะเกน ทำฟัน จัดฟัน ศาลายา ที่แม้จะมีความสนใจในเรื่องการลงทุนเพื่อสร้างความมั่นคงหลังเกษียณ แต่ก็เลือกที่จะให้ Jitta Wealth บริหารพอร์ตลงทุนแทนการลงทุนด้วยตัวเอง ด้วยพอร์ตลูกรักอย่าง Jitta Ranking หุ้นสหรัฐฯ ที่สร้างผลตอบแทนได้ถึง +116.13% (29 ธ.ค. 2563- 9 ม.ค. 2568)
ลงทุนเอง ว้าวุ่นหัวใจ
คุณธัญลักษณ์ สนใจเรื่องลงทุนหลังจากที่ทำงานมาได้สักพัก จนมีเงินเก็บที่ต้องการมองหาแหล่งลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนให้งอกเงย กว่าการฝากเงินไว้กินดอกเบี้ยในธนาคาร จึงได้หาข้อมูลในการลงทุน และได้ลองเปิดพอร์ตหุ้นไทยรายตัวและเคยไปลงทุนต่างประเทศด้วยตัวเองเช่นใครหลายคน ก่อนจะพบว่าตัวเองไม่ได้มีเวลาหรือความรู้เรื่องการลงทุนที่มากพอ ไม่สามารถติดตามสถานการณ์การลงทุนตลอด จนพอร์ตที่เคยดีในช่วงแรกก็ค่อยๆ ติดลบไปในที่สุด
ประสบการณ์เลวร้ายที่สุดในการลงทุนที่คุณธัญลักษณ์เคยพบเจอคือพอร์ตลงทุนติดลบไปถึง 30-40% กลายเป็นความว้าวุ่นที่ต้องทะเลาะกับตัวเองว่าจะขายหรือถือต่อไปดี
“เริ่มลงทุนตั้งแต่ช่วงโควิดที่ต้องหยุดงาน ช่วงนั้นไม่มีอะไรทำ และเป็นช่วงหุ้นลงพอดี ก็หาข้อมูลเยอะ แล้วเปิดพอร์ตหุ้นเดือนมีนาคม 2563 ตอนนั้นก็ถือว่าได้ซื้อของถูก แรกๆ ก็ดี แต่หลังๆ ก็เพิ่มเงินเข้าไป และเริ่มไม่มีเวลาดู ก็ไปซื้อของแพง เริ่มไม่มีความรู้ ลงทุนแบบไขว้เขว ไปลงทุนตามเพื่อน ซื้อของถูกก็ถือไว้อย่างนั้น จะขายดีหรือยัง ไม่ได้มีหลักการหรือเทคนิคลงทุนใดๆ ดูกราฟเป็นบ้างแต่ไม่เข้าใจลึกซึ้ง ไม่ได้ตามข่าวว่าสถานการณ์เป็นยังไง ช่วงนั้นกำไรบ้าง แต่ก็ไม่ได้ขาย หลักๆ ถึงตอนนี้หุ้นลงไปแล้วก็ยังถืออยู่ ไม่รู้จะขายหรือถือไว้ก่อนรอวันตลาดกลับมาดี”
เมื่อรู้จักกับ Jitta Wealth ก็ลดการใช้อารมณ์ลงทุน
ยังดีว่า ในช่วงของการมองหาข้อมูลการลงทุน คุณธัญลักษณ์ได้รู้จักกับ Jitta Wealth จากการฟังคลิปคุณพอล ภัทรพล ที่สัมภาษณ์คุณเผ่า ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์ ซีอีโอ Jitta Wealth ได้เห็นไอเดียและแนวคิดของคุณเผ่าแล้วเชื่อในเรื่องการลงทุนด้วย AI จะช่วยตัดอารมณ์ เพราะการลงทุนเองในเวลานั้นของเธอคือใช้อารมณ์ค่อนข้างมาก
“ตอนนั้นเราไม่มีความรู้แต่มีอารมณ์เยอะ อยากจะวิ่งตาม เพื่อนบอกว่าหุ้นนั้นหุ้นนึ้จะมา ถามว่าเอามาจากไหนก็บอกว่าไปฟังเค้ามาอีกที ก็เลยได้รู้ว่า สุดท้ายแล้วก็ไม่มีใครมีข้อมูลจริงๆ อยู่ดี”
เปิดพอร์ตแทบทุกนโยบาย
ดังนั้น เมื่อคุณแม่ให้เงินก้อนมาให้เธอช่วยนำไปลงทุน คุณธัญลักษณ์มองว่า สินทรัพย์ที่น่าจะเหมาะกับคุณแม่คือการลงทุนกับ Jitta Wealth มากกว่าการลงหุ้นไทยรายตัวที่เธอมองว่าเสี่ยงเกินไปและลงทุนเองก็ยังไม่ประสบความสำเร็จหรือกระทั่งกองทุนรวม ที่แม้เธอจะไม่มีประสบการณ์ตรง แต่คุณแม่ของเธอเคยลงทุนเอาไว้แล้วต้องพบกับค่าธรรมเนียมที่สูงจนผลตอบแทนสุดท้ายแทบไม่ได้อะไรกลับมา เทียบกับ Jitta Wealth ที่มีค่าธรรมเนียมถูกกว่ามากจึงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้เธอเลือกเปิดพอร์ต Jitta Ranking หุ้นไทยในเวลานั้น และอีก 3 เดือนถัดมาก็เปิดพอร์ต Jitta Ranking หุ้นสหรัฐฯ และอีกหลายพอร์ตตามมาจนทุกวันนี้เรียกได้ว่าเธอมีพอร์ตลงทุนกับ Jitta Wealth แทบจะครบทุกนโยบายแล้ว
เป้าหมายการลงทุนของคุณหมอมิ้นท์คือการเก็บเงินไว้ใช้ยามเกษียณ ตั้งใจที่จะไม่นำเงินออกมาก่อนเวลา เพราะเห็นตัวอย่างจากรุ่นคุณพ่อคุณแม่ที่ไม่กล้าลงทุน เลือกที่จะเก็บเงินไว้กับธนาคารจนมาถึงวัยใกล้เกษียณก็เริ่มกังวลว่าเงินจะไม่พอใช้หลังเกษียณ จนไม่กล้าใช้เงิน กลัวจะเป็นภาระลูก ทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองไม่อยากอยู่จุดนั้น จึงต้องลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนระยะยาว
ผ่านมาจนถึงเวลานี้ พอร์ตหุ้นไทยรายตัวที่เธอลงทุนมาเองติดลบลงไปแล้วมากมาย แต่ Jitta Ranking หุ้นไทยยังทรงๆ หรือติดลบเล็กน้อย แต่พอร์ตลูกรักอย่าง Jitta Ranking หุ้นสหรัฐฯ ที่เธอลงทุนอยู่สร้างผลตอบแทนถึง 116.13% เฉลี่ยแล้ว 4 ปี สร้างผลตอบแทนถึงปีละ 30% ทีเดียว เทียบกับพอร์ตหุ้นสหรัฐฯ ที่แฟนของเธอไปลงทุนเอง ทุกวันนี้พอร์ตติดลบแทบไม่เหลือต้นทุนกลับมา ถือเป็นอีกหนึ่งบทเรียนในการลงทุนโดยไม่มีความรู้นั่นเอง
DCA ใน Global ETF สร้างความสม่ำเสมอ
และอีกหนึ่งพอร์ตที่ประทับใจคุณธัญลักษณ์คือพอร์ต Global ETF ที่สร้างผลตอบแทนได้ถึง +37.25% (29 ธ.ค. 2563- 9 ม.ค. 2568) สูงกว่าผลตอบแทนคาดหวังที่ 8% มาโดยตลอด จนทุกวันนี้คุณหมอเลือกที่จะ DCA ใน Global ETF เป็นหลักเพื่อเป็นการบังคับตัวเองให้ลงทุนอย่างสม่ำเสมอ และเมื่อมีเงินก้อนที่พร้อมจะลงทุน คุณธัญลักษณ์จะเติมเงินเข้าพอร์ตอื่นๆ สลับกันโดยพิจารณาจากสถานการณ์ตลาดในจังหวะนั้นๆ เป็นหลัก
ทุกวันนี้อารมณ์กับการลงทุนสำหรับคุณหมอมิ้นท์ก็ยอมรับว่ายังมีอยู่บ้าง แต่เธอตระหนักดีแล้วว่า เป็นระดับความเสี่ยงที่เธอรับได้ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับพอร์ตหุ้นไทยที่ลงทุนเองอยู่ติดลบเยอะกว่า Jitta Ranking หุ้นไทยอยู่มาก สิ่งที่เธอเลือกทำในเวลานี้คือการเลือกเข้าไปดูพอร์ตที่ทำกำไรสูงๆ ให้บ่อยกว่า
จากคนที่ไม่มีความรู้เรื่องการลงทุนมาก่อน ได้รับประสบการณ์ลงทุนโดยตรง ทำให้เธอเรียนรู้ว่า การลงทุนด้วยตัวเองต้องทุ่มเทเวลาในการดูแลพอร์ต ทั้งการอัปเดตสถานการณ์และคอยปรับพอร์ตเสมอ ที่สำคัญที่สุดคือเรื่องของการจัดการอารมณ์ในการลงทุน จนค้นพบว่าการให้ AI บริหารให้คือคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับชีวิตลงทุน
“การถือพอร์ตหุ้นเอง ต้องเข้าไปดูบ่อยๆ คอยอัปเดตและปรับพอร์ต สุดท้ายก็จบด้วยความเครียด เพราะไม่รู้จะขายดีไหม จะปรับพอร์ตยังไง มันขาดทุนแล้ว ไม่กล้าขายวนอยู่แบบนี้ การลงทุนกับ Jitta Wealth เราพบว่าแมทช์กับชีวิตมากกว่า เพราะลงทุนทิ้งไว้ได้เลย ไม่ต้องปวดหัว หรือกังวล”
ลดความวุ่นวายการลงทุนกลับไปโฟกัสชีวิต
เธอยังเล่าว่า ในอดีตก่อนมาลงทุนกับ Jitta Wealth ชีวิตการลงทุนของเธอช่างวุ่นวาย เวลาว่างที่มีระหว่างการเดินทางไปทำงานก็ต้องคอยเปิดดูภาวะตลาด หรือบางช่วงที่ตลาดดี อยากจะขายแต่ไม่มีเวลามากดคำสั่งขาย แต่ Jitta Wealth ตอบโจทย์ชีวิตมากกว่า เมื่อใดที่มีเงินก้อนพร้อมลงทุนเพิ่มก็เติมพอร์ต ทุกวันนี้เวลาเข้ามาเปิดดูพอร์ตเพื่ออัปเดต แต่ไม่หมกมุ่นเหมือนเดิม และไม่ค่อยได้ปรับเปลี่ยนพอร์ตหรือธีมที่ลงทุนใดๆ เพราะยอมรับว่ามีข้อมูลการลงทุนไม่มากพอ
คุณธัญลักษณ์ยอมรับว่าชีวิตกับการลงทุนของเธอตอนนี้แทบจะทิ้งห่างกันออกไป ไม่ได้มีเวลาติดตามสถานการณ์การลงทุน เพราะหลังจากที่ได้มาเปิดคลินิกทันตกรรมของตัวเอง ทำให้เวลาที่มีต้องทุ่มเทไปกับงานทันตกรรมและงานบริหารธุรกิจ นอกจากนี้บทบาทการเป็นคุณแม่ ทำให้เธอแทบไม่เหลือเวลาให้กับการศึกษาข้อมูลการลงทุนใดๆ ยิ่งตอกย้ำว่าการนำเงินมาให้ AI บริหารจัดการผ่าน Jitta Wealth คือคำตอบของชีวิตการลงทุนของเธอ
“จริงๆ เมื่อก่อนจะเริ่มศึกษา (การลงทุน) เราจะเป็นแค่หมอฟันที่มีหน้าที่ในการจดจ่อกับการรักษา ตอนเย็นก็ว่างไม่ต้องทำอะไร ก็มาหาข้อมูลได้ แต่พอเริ่มเปิดคลินิกก็จะมีเรื่องงานบริหารที่เราต้องไปนั่งทำตอนกลางคืน พอมีลูกก็มีเรื่องลูกเข้ามา ทีนี้ยิ่งทิ้งเรื่องการลงทุน ทำให้เรายิ่งรู้สึกว่าเอาเงินไว้ตรงนี้แหละ ให้ AI ของ Jitta Wealth จัดการดีกว่า”







