คุณเอ ศิริลักษณ์
จากนักการเงิน สู่การลงทุนระยะยาวที่ “สบายใจและไปต่อได้จริง”
คุณเอ ศิริลักษณ์
นักการเงินจากบริษัทเอกชน

“ไม่จำเป็นต้องลงทุนตามกระแส แค่เลือกในสิ่งที่เราพอเข้าใจ และกระจายความเสี่ยง ก็ช่วยให้การลงทุนไปต่อได้อย่างอุ่นใจในระยะยาว” Thematic Optimize +49.79% (10 มิ.ย. 65 – 9 ม.ค. 69)
จากนักการเงิน รีวิว Jitta Wealth สู่การลงทุนระยะยาวที่ “สบายใจและไปต่อได้จริง”
การอยู่ในแวดวงการเงิน ไม่ได้แปลว่าจะลงทุนได้ด้วยตัวเองตลอดเวลา ด้วยภาระหน้าที่ที่ต้องโฟกัสอยู่กับงานหลักที่รับผิดชอบ การบริหารพอร์ตลงทุนให้เติบโตจึงต้องพึ่งระบบ เช่นเดียวกับคุณเอ ศิริลักษณ์ นักการเงินจากบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งที่เคยลงทุนหุ้นรายตัวด้วยตัวเองมาแล้ว แต่ก็พบว่าไม่ใช่ทาง ก่อนจะมาลงทุนใน Thematic Optimize กับ Jitta Wealth +49.79% (10 มิ.ย. 65 – 9 ม.ค. 69)
เริ่มต้นการลงทุนเน้นเสี่ยงต่ำในประเทศ
คุณเอเล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นของการลงทุนว่า มาจากคำแนะนำของพี่ที่ทำงานให้เริ่มวางแผนการเงินตั้งแต่ช่วงเริ่มทำงานใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อกองทุนลดหย่อนภาษี การทำประกัน หรือการออมเงินอย่างสม่ำเสมอทุกเดือน
ตลอดเวลากว่า 15 ปีบนเส้นทางการลงทุน เธอเริ่มจากการลงทุนแบบค่อยเป็นค่อยไป เน้นความเสี่ยงต่ำเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นเงินฝากพิเศษของธนาคาร กองทุนรวมตราสารหนี้ ก่อนจะขยับไปสู่กองทุนตราสารทุนเมื่อเริ่มรับความเสี่ยงได้มากขึ้น แต่ด้วยลักษณะงานที่ไม่เอื้อให้ติดตามตลาดหุ้นอย่างใกล้ชิด การลงทุนหุ้นรายตัวจึงไม่ใช่ทางที่เหมาะกับเธอในระยะยาว
“ทุกคนก็อาจจะกลัวเรื่องเงินต้น เรารู้อยู่แล้วว่าการลงทุนมันมีความเสี่ยง เคยลองซื้อหุ้นนะคะ แต่พอรู้ว่าตัวเองไม่มีเวลามอนิเตอร์ ก็รู้สึกว่าไม่ใช่ทาง เหมือนกองทุนรวมอย่าง LTF สมัยก่อนก็เคยได้กำไร แต่ทุกวันนี้พอร์ตแดงไปแล้ว ดังนั้นถ้ามีระบบเข้ามาช่วยทำให้เงินต้นเรางอกเงยก็น่าจะดีกว่า
ประสบการณ์จากการลงทุนในกองทุนลดหย่อนภาษี ทำให้คุณเอได้เห็นทั้งช่วงที่พอร์ตเติบโตและช่วงที่ต้องเผชิญภาวะตลาดขาลง โดยเฉพาะตลาดหุ้นไทยที่ฟื้นตัวช้าจากปัจจัยเศรษฐกิจในประเทศ สิ่งนี้ทำให้เธอเริ่มตั้งคำถามกับการกระจายการลงทุน และมองหาโอกาสในต่างประเทศมากขึ้น
จุดเปลี่ยน: เมื่อการลงทุนต้อง “ใช้ระบบ” มาช่วยตัดสินใจ
คุณเอรู้จัก Jitta Wealth จากสื่อออนไลน์และโซเชียลมีเดีย แต่ในฐานะนักการเงิน การที่ได้ทราบถึงสถาบันการเงินเข้ามาร่วมลงทุนอยู่ ทำให้เธอรู้สึกมั่นใจใน Jitta Wealth มากขึ้น และกล้าที่จะลงทุนต่อได้ โดยในช่วงแรกเธอเริ่มจากการทดลองลงทุน เพื่อเปรียบเทียบผลลัพธ์กับกองทุนรวมที่เคยลงทุนผ่านธนาคาร
และการใช้แนวคิดการลงทุนแบบ Value Investing (VI) ผ่านอัลกอริทึ่มของ Jitta Wealth ทำให้เธอรู้สึกว่าไม่ต้องแบกรับภาระในการวิเคราะห์หุ้นรายตัวด้วยตัวเองทั้งหมด ขณะที่ยังสามารถกระจายการลงทุนไปในหลายประเทศและหลายธีมได้
การจัดพอร์ตในแบบที่เป็นตัวเอง
เธอเปิดพอร์ต Thematic Optimize กับ Jitta Wealth เป็นพอร์ตแรก และทยอยเปิดพอร์ตลงทุนอีกหลายพอร์ตตามมา เพื่อกระจายความเสี่ยงไปในธีมต่างๆ ทั้งเทคโนโลยี AI เซมิคอนดักเตอร์ และตลาดต่างประเทศ เช่นเดียวกับที่เธอลงทุนในกองทุนรวมมาก่อนหน้านี้ด้วย โดยยอมรับว่าเป็นนิสัยส่วนตัวที่ชอบกระจายการลงทุน ไม่ยึดติดกับพอร์ตใดพอร์ตหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งเธอมีการรวบรวมกองทุนต่างๆ ของตัวเองไว้ในไฟล์เพื่อคอยติดตามความเติบโตของพอร์ตเป็นระยะๆ
คุณเอเลือกที่จะ DCA เป็นบางพอร์ต โดยจะดูจากผลการดำเนินงานที่ผ่านมา หากพอร์ตไหนมีแนวโน้มที่ดี ก็จะทยอยเพิ่มเงินลงทุน ทั้งแบบตั้งอัตโนมัติและเติมเงินตามจังหวะที่มีสภาพคล่อง
“เปิดพอร์ตดูไม่บ่อย แค่เดือนละ 1-2 ครั้ง ดูเป็นภาพรวมมากกว่าดูรายกอง เพราะมองว่า Jitta Wealth เป็นหนึ่งในสินทรัพย์ของพอร์ตรวม”
ผ่านวิกฤติด้วยมุมมองระยะยาว
ตลอดเส้นทางการลงทุน คุณเอผ่านเหตุการณ์วิกฤติมาแล้วหลายครั้ง ตั้งแต่โควิด-19 จนถึงภาวะตลาดผันผวนในช่วงต่างๆ พอร์ตลงทุนอาจปรับตัวลงตามภาวะตลาด โดยเฉพาะกองทุนรวมที่เธอซื้อเพื่อลดหย่อนภาษี ซึ่งลงทุนในหุ้นไทย ทำให้พอร์ตอาจจะติดลบไปตามภาวะตลาดหุ้นไทยที่ยังอยู่ในโซนสีแดง แต่เธอไม่ตื่นตระหนก เพราะเน้นการลงทุนด้วยเงินออม และไม่ได้ลงทุนหุ้นโดยตรงที่อาจจะถูกบังคับขาย
“ถ้าไม่ขาย ก็ไม่ขาดทุน เราดูภาพรวมแล้วเห็นว่าเงินลงทุนยังเติบโตในระยะยาว และเราเน้นการกระจายพอร์ตด้วย ก็เลยไม่เครียดมาก”
คุณเอยอมรับว่า การลงทุนกับ Jitta Wealth ที่มี AI ช่วยบริหารพอร์ตตลอดเวลา ทำให้ในภาพรวม ยังเห็นผลตอบแทนที่ดีกว่า หากเทียบกับกองทุนรวมที่เธอเคยลงทุนอยู่
เป้าหมายเดียว: เกษียณอย่างมั่นคง
แม้จะมีหลายพอร์ต หลายธีม แต่เป้าหมายของการลงทุนทั้งหมดมีเพียงหนึ่งเดียว คือ การเตรียมเงินเพื่อวัยเกษียณ คุณเอไม่ได้แบ่งเป้าหมายเป็นพอร์ตย่อย ๆ แต่เลือกมองภาพรวมของสินทรัพย์ทั้งหมด เพื่อให้การบริหารพอร์ตเป็นเรื่องง่ายและเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตนเอง
บทเรียนถึงนักลงทุนมนุษย์เงินเดือน
ในฐานะคนทำงานสายการเงิน คุณเอมองว่า หัวใจของการลงทุนสำหรับมนุษย์เงินเดือน คือ การกระจายความเสี่ยง ลงทุนในสิ่งที่พอเข้าใจ และไม่วิ่งตามกระแสเพียงอย่างเดียว
“ไม่จำเป็นต้องลงทุนทุกอย่าง แค่เลือกในสิ่งที่เราพอเข้าใจ เช่นเทรนด์ AI กำลังมา แต่เราไม่มีความรู้มากพอ ก็อาจจะไปเลือกเซมิคอนดักเตอร์ที่เราอาจจะคุ้นชินมากกว่า และกระจายความเสี่ยงให้เหมาะกับตัวเอง ก็ช่วยให้การลงทุนไปต่อได้อย่างอุ่นใจในระยะยาว”






