คุณภูมิธรรม สมบูรณ์
ค้นพบเส้นทาง VI ในวัย 20 ปี เริ่มวันนี้ยังช้าไป!
ภูมิธรรม สมบูรณ์
นักศึกษา

“จากที่คิดว่าจะเล่นหุ้นเพื่อได้เงินเร็วๆ กลายเป็นนักลงทุนระยะยาวมากขึ้น เพราะเชื่อในพลังทบต้น”
Global ETF ผลตอบแทนรวม +15.78% (22 ธ.ค. 2566- 14 ก.ค. 2567)
ค้นพบเส้นทาง VI ในวัย 20 ปี รีวิว Jitta Wealth เริ่มวันนี้ยังช้าไป!
หากพูดถึงอายุกับความเสี่ยงในการลงทุน แน่นอนว่าอายุน้อยสามารถรับความเสี่ยงได้มาก แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องลงทุนแบบเสี่ยงๆ ตั้งแต่เริ่มต้นลงทุน เช่นเดียวกับคุณภูมิธรรม สมบูรณ์ นักศึกษาวัย 20 ปี ที่สนใจเรื่องการลงทุน และศึกษาจนมั่นใจในแนวทางการสร้างผลตอบแทนทบต้น เลือกเดินบนถนนสาย VI อย่างจริงจัง กับพอร์ต Global ETF ผลตอบแทน +15.78%
จุดเริ่มต้นในการลงทุน
โลกลงทุนของเด็กเจน Alpha อย่างคุณคุณภูมิธรรม เริ่มต้นเมื่ออายุ 18 ปี ในช่วงอายุที่เข้าเกณฑ์เปิดพอร์ตลงทุนได้
ณ เวลานั้น เขาคิดเพียงว่าอยากหารายได้โดยไม่ต้องขอเงินคุณพ่อคุณแม่ จึงเริ่มต้นศึกษาเรื่องการลงทุนใน ‘หุ้น’ ด้วยหวังว่าจะสร้างรายได้ให้เขาได้เป็นกอบเป็นกำ แต่เมื่อศึกษาลึกเข้าไป มุมมองที่มีต่อหุ้นและ Mindset การลงทุนของเขาก็ได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
“เคยมีความเชื่อผิดๆ ว่าหุ้นคือการพนัน ตอนนั้นอยากมีเงินเยอะๆ แต่พอลองมาศึกษาดูก็พบว่าไม่ใช่อย่างที่คิด ผลตอบแทนก็ไม่ได้เยอะขนาดนั้น แต่ก็เอ๊ะ! ทำไมคนยังเล่นกัน ก็เลยมาทำความเข้าใจว่า การลงทุนระยะยาวยิ่งเงินทบต้นทบดอกไปเรื่อยๆ ในอนาคตก็จะยิ่งเห็นผลตอบแทนมากขึ้นเรื่อยๆ จึงเปลี่ยน Mindset ว่า มันไม่ใช่การหาเงิน แต่มันคือการออมเงินเพื่อใช้ในอนาคต”
เด็กหนุ่มในวัย 18 ปี เริ่มต้นจากการขอเงินพ่อแม่มาลงทุน ซึ่งก็ไม่ง่าย เพราะประสบการณ์ที่คนรุ่นพ่อแม่เห็นมาคือ ญาติๆ เสียหายจากการลงทุน จึงยังไม่เชื่อมั่นมากนัก
“คุณพ่อคุณแม่ไม่มีการลงทุนหุ้นเลย รู้อย่างเดียวคือ เก็บเงินฝากประจำกับธนาคาร แต่ผมศึกษาแล้วก็เชื่อว่าเงินเฟ้อยังไงก็สูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากประจำ ยิ่งฝากประจำ มูลค่ายิ่งลดน้อยลง สู้เอาเงินไปฝากไว้ในที่ให้ผลตอบแทนที่ดีในอนาคต น่าจะดีกว่า หากเป็นพ่อแม่ก็อาจต้องไปตราสารหนี้ แต่ผมใจร้อนอยากได้ผลตอบแทนเยอะๆ ตราสารหนี้ 3-5% ไม่ดึงดูดใจ ด้วยอายุเรายังรับความเสี่ยงสูงได้ เราก็ไปหุ้นเลยดีกว่า”
แต่เมื่อเขาแสดงความสนใจอย่างจริงจัง คุณพ่อคุณแม่จึงให้เงินก้อนเล็กๆ มาก้อนนึงเพื่อทดลอง คุณภูมิธรรมจึงไปเปิดพอร์ตหุ้นไทยรายตัวกับบริษัทหลักทรัพย์แห่งหนึ่ง และซื้อตามที่โบรกเกอร์แนะนำ ประกอบกับการเลือกและซื้อหุ้นตาม Jitta Ranking จนได้กำไรเด้งแรก และมีเด้งที่ 2 คือการได้ฝึกอ่านงบการเงิน ผ่าน Jitta.com ที่เรียกว่า ง่ายต่อการทำความเข้าใจ
“พอเข้าไปลงทุนเองจริงๆ ได้เห็นเงินเรา เข้าไปตรงนั้นจริงๆ แล้วมีความเสี่ยงที่เงินจะสูญ ก็เลยรู้ศึกว่าต้องศึกษาหาข้อมูล ช่วงนั้นก็ศึกษาข้อมูลเยอะ ต้องฟังข่าวเศรษฐกิจหรือข่าวหุ้นรายวัน”
การเข้ามาในลงทุนในหุ้นไทยช่วงปี 2565 ตลาดหุ้นไทยยังทำผลงานได้ดีทำให้พอร์ตของเขามีกำไร ประกอบกับการศึกษาเรียนรู้ที่มากขึ้น สามารถอธิบายให้คุณพ่อคุณแม่เชื่อและไว้วางใจ จนให้เงินมาอีกก้อนมาลงทุน
จุดเริ่มต้นลงทุนกับ Jitta Wealth
ในเวลานั้นคุณภูมิธรรมสนใจหุ้นต่างประเทศด้วย เพราะเห็นแล้วว่า แม้หุ้นไทยในเวลานั้นจะยังโต แต่ก็ไม่ได้เป็อร์เซนต์เติบโตที่สูง เทียบกับหุ้นต่างประเทศ เช่นหุ้น Microsoft หรือ Apple ที่สร้างผลตอบแทนได้สูงกว่า แต่ยังเป็นเรื่องยากสำหรับเด็กวัย 18 ปี ที่จะไปลงทุนเอง เขาจึงมองหากองทุน และแน่นอนว่า เมื่อคุ้นเคยกับการใช้ Jitta คัดหุ้นให้อยู่แล้ว จึงไม่ยากที่จะตัดสินใจมาเปิดพอร์ตกับ Jitta Wealth
แรกเริ่มเขาสนใจอยากเปิด Jitta Ranking แต่ด้วยเงินทุนเริ่มต้นที่ยังสูง เขาจึงตัดสินใจเปิด Thematic DIY และตามมาด้วย Global ETF ตามมา ซึ่งต่างก็เป็นพอร์ตลูกรักทั้งคู่ ด้วยผลตอบแทนที่ใกล้เคียงกันมาก และเมื่อต้นปี เขาได้เปิด Thematic DIY เพิ่มอีกพอร์ต โดยในแต่ละเดือน เขาจะนำเบี้ยเลี้ยงที่คุณพ่อให้มา แบ่งมาลงทุนเดือนละ 2,000 บาท
จากเดิมที่คิดว่าจะได้เงินเร็วๆ จากการลงทุน ทุกวันนี้มุมมองของเขาเปลี่ยนไป เป็นการลงทุนระยะยาวมากขึ้น เมื่อได้ศึกษาและเห็นภาพที่ชัดเจนถึงพลังผลตอบแทนทบต้น เขาเชื่อสนิทใจเพราะพิสูจน์แล้วจากการลงทุนจริงใน Jitta Wealth ที่เห็นผลตอบแทนที่ชัดเจน แต่ด้วยความที่ยังเด็ก มีเวลาในการเรียนรู้โลกการลงทุนอีกมาก และยังมีสินทรัพย์อีกหลายประเภทรออยู่ข้างหน้า เช่น คริปโทเคอร์เรนซีที่ก่อนหน้านี้ทางบ้านยังไม่สนับสนุน ประกอบกับอายุที่ยังไม่ถึงเกณฑ์ที่จะเปิดพอร์ตได้
ลงทุน VI แบ่งไข่หลายตะกร้า
แต่ไม่ว่าในอนาคตจะเจอแนวทางลงทุนหรือสินทรัพย์ใหม่ๆ อย่างไร คุณภูมิธรรมก็จะยังจัดสัดส่วนพอร์ตโดยคงน้ำหนักการลงทุนสไตล์ VI ไว้ในให้มากกว่า 60%
“ทุกวันนี้ผมจัดสัดส่วนเป็น VI 80% Trader 20% ส่วนในอนาคตเมื่อทำงานได้เงิน มีเงินมากขึ้นก็จะแบ่งไปออมมากขึ้น หรือหากลงทุนระยะสั้นมีกำไรก็จะเอาไปลงทุนระยะยาว เพื่อยังคงเป็น VI ต่อไป แต่ไม่แน่ว่า หากอนาคตมีความรู้มากขึ้นก็อาจปรับสัดส่วนบ้าง แต่จะยังให้น้ำหนักกับ VI ไม่น่าต่ำกว่า 60% ผมว่าจะทำแบบนี้ไปจนกว่าจะเกษียณ”
คุณภูมิธรรมตั้งเป้าหมายเกษียณของตัวเองไว้ที่อายุ 40 ปี แต่นั่นไม่ใช่การหยุดทำงาน แต่มันคืออิสรภาพทางการเงินที่มีเงินระดับหนึ่งเพียงพอที่จะสามารถเลือกทำในสิ่งที่ชอบไปเรื่อยๆ ได้
บทเรียน ที่สร้างจากความ ‘กลัว’
แม้จะใช้เวลาเรียนรู้แค่ 2 ปี การตกผลึกทางความคิดการลงทุนของเขา ก็มาจากบทเรียนที่หลากหลาย ทั้งตลาด Forex หรือหุ้น IPO บาดแผลการลงทุนอาจจะไม่ได้ลึกมาก แต่ก็เคยทำให้เขาต้องหยุดพักใจ ไม่เข้าไปดูพอร์ตนานถึง 2 สัปดาห์ จากบทเรียนที่สร้างความ ‘กลัว’ ในครั้งนั้น เขาได้เห็นตัวเองในอีกแง่มุมนึงว่า ความรู้ที่มีมากแค่ไหน แต่สุดท้ายก็อาจจะยังไม่มากพอ และปล่อยให้อารมณ์นำการกระทำอยู่ดี
“เราศึกษาเยอะจริง แต่สุดท้ายความรู้ก็ไม่สู้อารมณ์ ยังควบคุมอารมณ์ไม่เก่งพอ พอโดนเข้าจริงๆ ก็เฟลพอสมควร”
การลงทุนยิ่งเริ่มไวยิ่งได้เปรียบ
โลกลงทุนยังทำให้ชีวิตคุณภูมิธรรมเปลี่ยนไปมาก เขาเติบโตขึ้น จากเดิมที่เอาแต่นั่งดูคอนเทนต์ตลกๆ กลายเป็นคนที่รู้เรื่องราว ความเคลื่อนไหวต่างๆ ในโลกมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจโลก วิกฤติต่างๆ ที่เกิดขึ้น เข้าใจเรื่องแชร์ลูกโซ่มากขึ้น สิ่งเหล่านี้เขาสามารถมาประยุกต์ใช้ในชีวิต และดูคนออกมากขึ้น และเมื่อได้อ่านงบการเงินมากขึ้นทำให้เขาพอมีพื้นฐานของการบริหารธุรกิจ กลายเป็นส่งเสริมวิชาเรียนบริหารธุรกิจอีกด้วย
“หากสนใจเรื่องการลงทุนแล้วศึกษาเฉยๆ สุดท้ายก็คงหมดใจจะลงทุน แต่เมื่อเอาเงินไปลงทุนจริง ก็ต้องศึกษาหาความรู้เยอะขึ้น และกลายเป็นการศึกษาเรื่องพัฒนาตัวเอง ก็มีความรู้เยอะขึ้น เราก็เก่งขึ้นด้วย”
ถึงแม้ชีวิตจะได้บทเรียนจากการลงทุนในวัยไม่ถึง 20 ปีเต็ม แต่เขากลับไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองได้เปรียบหรือเหนือกว่าเพื่อนคนอื่นๆ ในทางกลับกันเขากลับรู้สึกว่าตัวเอง เริ่มต้นลงทุนช้าไปเสียด้วยซ้ำ เพราะเวลานี้เขาตระหนักดีกว่า ‘การลงทุนยิ่งเริ่มไวยิ่งได้เปรียบ’ หากเขาสามารถลงทุนได้ตั้งแต่อายุเท่าปู่ วอร์เรน บัฟเฟตต์ หรือเมื่อ 5 ปีที่แล้ว มองย้อนกลับไปเขาเชื่อว่าจะค้นพบโอกาสมากกว่านี้อีกมหาศาล







