คุณพีรวัส พรหมเศรณี
จากมนุษย์เงินเดือน สู่บทเรียนสร้างพอร์ตลงทุนทั่วโลก
พีรวัส พรหมเศรณี
พนักงานบริษัทเอกชน

“ถ้าเรามองรันเวย์ให้ยาวพอ คนที่อยู่รอด ไม่ใช่คนที่เก่งที่สุด แต่คือคนที่ไม่ตกใจขาย” Global ETF ผลตอบแทน +58.73% (8 ก.ย. 63-14 ธ.ค.68)
จากมนุษย์เงินเดือน รีวิว Jitta Wealth สู่บทเรียนสร้างพอร์ตลงทุนทั่วโลก
พนักงานบริษัทเอกชนที่รู้จักทำงานเก็บเงินตั้งแต่วันแรก ย่อมต้องหาทางให้เงินเก็บนั้นงอกเงยกว่าการนอนนิ่งในบัญชีเงินฝาก คุณพีรวัส พรหมเศรณี ก็เป็นหนึ่งในมนุษย์เงินเดือนที่เริ่มต้นทำงานเมื่อ 15 ปีที่แล้ว และระหว่างทางก็พยายามเก็บเงินมาลงทุนเพื่อสร้างอนาคต ผ่านประสบการณ์ทั้งดีและร้ายในโลกลงทุน และวันนี้เขายกให้พอร์ต Global ETF เป็นพอร์ตลูกรัก ด้วยผลตอบแทน +58.73% (8 ก.ย. 63-14 ธ.ค.68)
ก่อนจะมาลงทุนกับ Jitta Wealth
ในช่วงแรกคุณพีรวัสเลือกลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล รับดอกเบี้ยประมาณ 3-4% ต่อปี แค่นั้นก็พอใจ แต่เมื่อมีเพื่อนมาชวนให้มาลงทุนหุ้นไทย ก็เริ่มศึกษา และลงทุน จนช่วง 7-8 ปีหลัง เขาสนใจและเพิ่มการลงทุนในกองทุนที่ไปลงทุนในต่างประเทศ
“สักประมาณ 5 ปีที่แล้วก็ได้ฟังคลิปที่คุณเผ่ากับคุณหลิน วีระพงษ์ ธัม อดีตนายกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า (ประเทศไทย) และ “คุณโต” เจ้าของเพจ Billionaire VI ได้คุยกันเกี่ยวกับหุ้นหรือบริษัทเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นในช่วงโควิด19 เป็น 2 ชั่วโมงที่เปิดโลกของเราอีกใบนึงนอกจากที่หุ้นไทยที่เราเคยลงมาแล้ว ถือเป็นการเปิดประตูการลงทุนในอีกมิตินึงที่เราสามารถเข้าไปเรียนรู้ได้ในเรื่องของหุ้นต่างประเทศ”
และแล้ว ในปี 2563 ยุคที่การลงทุนหุ้นต่างประเทศยังไม่ได้รับความนิยมมากเหมือนปัจจุบัน คุณพีรวัสก็เริ่มเปิดพอร์ตกับ Jitta Weath พอร์ตแรกด้วย Global ETF
“ในช่วงสัก 3-4 ปีก่อน Jitta Weath เป็นเจ้าแรกๆ ของการลงทุนต่างประเทศ ผมก็เปิดพอร์ต Global ETF เพราะสนใจในหุ้นต่างประเทศ ซึ่ง Global ETF มีการกระจายการลงทุนในประเทศต่างๆ อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ค่าธรรมเนียมยังถูกกว่ากองทุนรวมประเภท Fund of Funds ที่เคยลงทุนอยู่ ที่สำคัญผลตอบแทนระยะยาวดีกว่า เพราะมีการ Rebalance พอร์ตให้อัตโนมัติ ผมก็เลยตัดสินใจเปิดเป็นพอร์ตแรก”
ไม่ใช่ VI เต็มตัว แต่เชื่อใน ‘รันเวย์ระยะยาว’
ในบทบาทของนักลงทุน คุณพีรวัสค้นหาแบบฉบับในการลงทุนของตัวเองมาตั้งแต่วันแรกๆ ทั้งการเลือกหุ้น การดูกราฟเทคนิค เน้นกำไรเร็วก่อนจะพบว่า ไม่ใช่เส้นทางที่เหมาะกับตัวเอง ทุกวันนี้เขาก็ไม่ได้นิยามตัวเองว่าเป็น VI
“ทุกวันนี้ไม่ได้เน้นแบบรวยเร็วเหมือนตอนที่ลงทุนใหม่ๆ ขอแค่มีกำไรเหมาะสม แล้วก็พยายามดูรันเวย์ยาวๆ ว่าเป็นหุ้นที่สามารถเติบโตต่อไปได้เรื่อยๆ ในระยะยาวไหม เราเน้นเป้าหมายระยะยาว เพื่ออิสรภาพทางการเงิน หรือสะสมความมั่งคั่งรอวันเกษียณให้สามารถดูแลตัวเองได้โดยไม่ลำบาก”
ระยะทางนับจากนี้คุณพีรวัสตั้งใจจัดสรรรายได้ส่วนหนึ่งไว้สำหรับใช้จ่าย และกันเงินไว้อีกส่วนเพื่อมาลงทุนประมาณเดือนละ 30% โดยที่ไม่เน้นการ DCA ชัดเจน แต่เลือกที่จะทยอยเติมเงินในจังหวะที่เหมาะสม
“ผมเป็นมนุษย์เงินเดือนก็จะมีลงกองทุนลดหย่อนภาษีทุกปี ที่เหลือก็จะกันเอามาทยอยซื้อในช่วงจังหวะที่ราคาลง”
จัดพอร์ตให้กระจายทั้งโลก ไม่ฝากชีวิตไว้กับหุ้นตัวเดียว
นอกจาก Global ETF แล้ว คุณพีรวัสยังเปิดพอร์ต Thematic DIY เลือกธีมกลุ่ม เทคโนโลยี เช่น Cloud Computing เกม AI และช่วงหลังได้เปลี่ยนธีมมาเป็นหุ้นจีนในช่วงที่ราคาหุ้นลงไปเมื่อ 2 ปีก่อน เพราะต้องการเน้นการกระจายไปทั่วโลกและไม่ต้องการลงทุนในตัวใดตัวหนึ่งมากเกินไป โดยการลงทุนในแต่ละประเทศ เขาจะเลือกหุ้นใหญ่ของประเทศนั้นๆ เป็นหลัก
“ผมเคยลงหุ้นเล็ก ๆ แล้วพอตลาดขาลงที กระทบแรงมาก หลังจากนั้นเลยเน้นหุ้นใหญ่ของประเทศนั้น ๆ เป็นหลัก ประมาณ 70–80% ที่เหลือค่อยเป็น Satellite”
คนอยู่รอดไม่ใช่คนเก่งที่สุด แต่คือคนไม่ตกใจขาย
ประสบการณ์ลงทุนตลอด 15 ปี แม้ช่วงแรกจะเน้นลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลหรือการฝากเงิน แต่เมื่อได้ลงทุนจริงๆ จังๆ ราว 5-6 ปี ก่อน เขาก็ได้เรียนรู้เรื่องของ Risk and Reward และรู้ระดับความเสี่ยงที่รับได้ของตัวเอง ซึ่งการที่ Jitta Wealth มีโมเดลในการคำนวณความเสี่ยงและผลตอบแทนให้ก็ยิ่งตอบโจทย์ความง่ายให้กับเขาได้
“ที่อยากฝากทุกคนไว้ก็คือเรื่องวิกฤติ บางทีคนเรารู้สึกตกใจ แต่ว่าถ้าเราผ่านหรือเรารู้ว่าช่วงเวลานี้เป็นโอกาส แล้วเราไม่ได้รับความเสี่ยงจนเกินไป เพราะรู้ว่าหุ้นตัวใหญ่จะกลับมาก็พยายามมองรันเวย์ให้ยาวขึ้น และไกลขึ้น หากมองอะไรที่มันสั้นๆแล้วเรา ไม่ได้รู้จริงกับสิ่งที่เราลง เราจะรู้สึกตกใจมาก แล้วยิ่งถ้าตกใจขายไป เราก็ไม่สามารถผ่านวงจรนี้ไปได้สักที”
ที่พูดเช่นนี้ได้ เพราะคุณพีรวัสเองก็เคยผ่านมาทั้งตลาดหมีและกระทิง จนได้เห็นวงรอบใหญ่ของการลงทุนมาแล้วนั่นเอง ทำให้เขาไม่ตกใจเมื่อเกิดเหตุซ้ำสอง และพร้อมกระโดดเข้าไปหากโอกาสมาถึงจริง
เขาเล่าว่า ราวปี 2565 ช่วงที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ ปรับขึ้นดอกเบี้ย เขาลงทุนในหุ้นเล็กอยู่มาก ทำให้พอร์ตติดลบไป 30-40% ขณะที่หุ้นจีน เวียดนามก็ปรับร่วงลงรุนแรง เขาก็ตัดสินใจซื้อเพิ่ม ทำให้เวลานี้พอร์ตของเขาปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ
Global ETF ผลลัพธ์ที่สมกับเป็นพอร์ตลูกรัก
เมื่อถามถึงพอร์ตลูกรัก คุณพีรวัสยกให้กับ Global ETF เพราะมีการกระจายการลงทุนลงไปในทั่วโลก มีสัดส่วนที่เหมาะสมกับตัวเอง ซึ่งผ่านไป 5 ปี แม้จะไม่ได้ DCA จริงจัง แต่ผลตอบแทนเวลานี้ก็ยังอยู่ที่ประมาณ +58.73% (8 ก.ย. 63-14 ธ.ค.68)
“Global ETF เป็นพอร์ตที่ดี เหมาะสมกับทั้งตัวผมเองและนักลงทุนมือใหม่ที่ต้องการทยอยสะสมความมั่นคั่ง และสำหรับผมถือว่าดีกว่าพอร์ตอื่นทั้งหมดที่ผมลงทุนมา เพราะไม่ต้องทำอะไรเยอะ แม้จะไม่ค่อยได้เติมพอร์ต ไม่ค่อยได้เฉลี่ยต้นทุน แต่ผลลัพธ์มันทำงานให้เราเอง”
นิยามการลงทุนของมนุษย์เงินเดือนคนหนึ่ง
สุดท้าย เมื่อถามว่าการลงทุนมีความหมายอย่างไรสำหรับเขา คุณพีรวัสตอบเรียบง่ายมาก
“มันคือการสะสมความมั่นคั่ง เพื่ออิสรภาพทางการเงินในวัยเกษียณ”






