คุณณัฐชไม รุ่งปัญญา
ผจญภัยในวัยใกล้เกษียณ แต่ ร่นเวลาออมเหลือแค่ 6 ปี ไวขึ้นได้ด้วย Jitta Ranking Alpha
คุณณัฐชไม รุ่งปัญญา
ผู้ผลิตรายการ I know OK รายการทีวีสำหรับเด็ก

“ จากที่จะใช้เวลา 9 ปีเก็บเงินเกษียณ กลับใช้เวลาเพียง 6 ปีกว่า เงินเติบโตถึงเป้า สบายใจ เกษียณได้ไม่เครียดแล้ว” Jitta Ranking Alpha +14.15% (14 ม.ค.68-27ส.ค.68)
ผจญภัยในวัยใกล้เกษียณ รีวิว Jitta Wealth ร่นเวลาออมเหลือแค่ 6 ปี ไวขึ้นได้ด้วย Jitta Ranking Alpha
มนุษย์ทำงานที่เผลอทุ่มเทกายและใจ โฟกัสอยู่กับการทำงาน รู้ตัวอีกทีก็ถึงวัยใกล้เกษียณแล้ว คุณณัฐชไม รุ่งปัญญา ผู้ผลิตรายการ I know OK รายการทีวีสำหรับเด็กทางช่อง ALTV ช่อง 4 Thai PBS ก็เป็นเช่นนั้น ในวันที่เริ่มฉุกคิดเรื่องเกษียณ คือวันที่เธออายุ 51 ปี และพบว่าเธอไม่มีเงินเก็บเลย เพราะอาชีพโปรดักส์ชั่นที่ห่างไกลจากตัวเลขและการลงทุน ยิ่งพูดถึงงบการเงิน แค่ได้ฟังก็ปวดหัวจี๊ดแล้ว แต่นั่นก็เท่ากับว่าเธอเหลือเวลาเพียง 9 ปีเท่านั้น ซ้ำร้ายยังเสียเวลาไปกับการออกไปผจญภัยในวงจรหุ้นปั่นจนเกือบสูญเงินที่หามาทั้งชีวิต
“เราไม่เคยมีความรู้เรื่องการเงิน ขนลุกมาก เมื่อรู้ว่าอีก 9 ปีที่เราจะเกษียณ กลับยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย ก็เริ่มรู้สึกเครียด”
เก็บเงินลงทุนเดือนละ 1 แสนนาน 109 เดือน
คุณณัฐชไมมีประสบการณ์ลงทุนในหุ้นไทยอยู่บ้าง ตั้งแต่ที่บริษัท Workpoint บ้านหลังเก่าของเธอเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เธอก็ได้หุ้นในฐานะพนักงานและเปิดพอร์ตลงทุนตั้งแต่นั้น โดยมีมาร์เก็ตติ้งคอยดูแล ยามตลาดดีก็โทรมาบ่อย แต่บ่อยครั้งก็มักชนกับเวลาที่เธอต้องโฟกัสกับงาน แต่เมื่อไรที่เงียบหายไปก็รู้ได้ว่าตลาดแดง
เมื่อรู้ตัวว่าต้องเร่งสร้างเงินเก็บ ในวัย 51 ปี คุณณัฐชไมพยายามหาความรู้เรื่องการลงทุนจนพบคลิปที่เข้าใจง่ายอย่างคลิปของคุณพอล ภัทรพลที่สอนให้เตรียมพร้อมทางการเงินเพื่อวัยเกษียณ ซึ่งเธอได้ลองคำนวณเม็ดเงินที่ต้องเก็บเพื่อให้มีเงินใช้ในระดับ 50,000 บาทต่อเดือนเมื่ออายุ 60-80 ปี แล้วก็ขนลุกว่าเธอต้องเก็บเดือนละ 1 แสนบาททุกเดือนไปอีก 109 เดือน ก่อนจะถึงอายุ 60 ถึงจะมีเงินเพียงพอ
แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้คุณณัฐชไมปรับลดเป้าหมายลง ยังคงเดินหน้าทำความเข้าใจเรื่องยากๆ อย่างเรื่องการเงินและค้นหาวิธีการเพื่อให้ถึงเป้าหมายตลอด 6 เดือน จนกระทั่งมีรุ่นน้องมาแนะนำให้รู้จัก Jitta.com เธอจึงไปดูคลิปและฟังสัมมนากับคุณเผ่า ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์ จนเธอค้นพบว่าการลงทุนด้วย AI คือหนทางที่จะหลุดพ้นจากความยากลำบากในการเลือกหุ้น ต้องจมจ่อมกับงบการเงินที่แสนจะปวดหัว หรือคอยกังวลว่าจะต้องรับสายมาร์เก้ตติ้งในจังหวะที่ต้องทำงาน เธอจึงเป็นหนึ่งในเสียงของนักลงทุนที่สนับสนุนให้ Jitta Wealth ก่อกำเนิดขึ้นมาเพื่อเลือกหุ้นและบริหารพอร์ตให้เธออัตโนมัติ และแล้วเมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 2562 คุณณัฐชไมก็เปิดพอร์ต Jitta Ranking หุ้นไทยเป็นพอร์ตแรก
“การเลือกหุ้น ประเมินมูลค่าหุ้น เราทำไม่เป็นหรอก ก็บอกคุณเผ่าไปว่า เราเอาเงินให้ Jitta ลงให้ได้ไหม คุณเผ่าก็บอกว่ากำลังมีแผนจะเปิดนโยบาย หุ้นไทย ลงทุนเริ่มต้น 1 ล้านบาท หุ้นสหรัฐฯ เริ่มต้นที่ 3 ล้านบาท เราก็เลยเก็บเงินเดือนละแสน จนสิ้นปีครบ 1 ล้าน เพื่อเปิด Jitta Ranking พอดี”
หลังวิกฤติโควิด Jitta Ranking หุ้นไทยพาพอร์ตโบยบิน
เปิดพอร์ตได้แล้ว คุณณัฐชไมกลับสบายใจได้ไม่นานนัก เพราะในไม่กี่เดือนถัดมา วิกฤติโควิด19 ก็ลุกลามมากระทบตลาดหุ้นไทยในเดือนเมษายน 2563 พอร์ตของเธอติดลบไป 30% แต่เมื่อมั่นใจว่าลงทุนในหลักการที่ถูกต้องแล้ว เธอก็แข็งใจ ไม่เปิดพอร์ตดู และในช่วงวิกฤติเธอก็เก็บคองอเข่าเช่นทุกคนในช่วงนั้น เก็บเงินไว้ยังไม่เพิ่มทุน เพื่อให้มีเงินสำรองเพียงพอใช้สำหรับ 3-5 เดือนข้างหน้าที่ยังไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้น
และวิกฤติที่เลวร้ายกลับกลายเป็นช่วงเวลาที่ดีที่ทำให้เธอไม่ได้ใช้เงินและสามารถเก็บเงินได้อย่างจริงจัง เมื่อ ผ่านไป 3 เดือน เธอกลับมาดูพอร์ตก็เริ่มเห็นความกระเตื้องขึ้นมา จึงเริ่มเดินหน้า DCA เดือนละ 100,000 บาท และในช่วง 2-3 ปี นั้นเอง เงินทุนของคุณณัฐชไมค่อยๆ เติบโตมาอยู่ที่ 3 ล้านบาท แต่มูลค่าพอร์ตของเธอกลับบวกไปสูงกว่า 5 ล้านบาทเมื่อต้นปี 2566
“ในเวลานั้น Jitta Ranking หุ้นไทยบวกมาเยอะเลย จากที่เคยหล่นไป 30% ตอนโควิดใหม่ๆ แต่พอเรา DCA มาเรื่อยๆ พอร์ตก็ดีขึ้น เคยเห็นบางอาทิตย์พอร์ต +50% อยู่ 2-3 ครั้ง และทำให้ต้นทุนที่เราใส่ไป 3 ล้านกว่า แต่พอร์ตรวมก็ขึ้นไปเป็น 5 ล้านนิดๆ”
ผจญภัยหุ้นต่างประเทศ เกือบสูญเงินทั้งชีวิต
ความสุขอยู่ได้ไม่นาน เมื่อมีเพื่อนมาชวนไปผจญภัยในหุ้นฮ่องกงรายตัว คุณณัฐชไมตัดสินใจปิดพอร์ตทั้งหมดเพื่อไปลงทุนกับเพื่อน ทั้งที่ไม่ได้มีความรู้เรื่องหุ้น แต่ต้องซื้อขายตามคำสั่งของเพื่อนตลอดเวลาแบบห้ามแตกแถวเด็ดขาด โชคยังดีที่มีรุ่นพี่เตือนให้รีบถอนตัวเพราะเริ่มได้กลิ่นแปลกๆ ทำให้เธอรอดและสามารถนำเงินที่เตรียมไว้สำหรับเกษียณก้อนนั้นกลับมาได้ เพราะหลังจากนั้นไม่นาน หุ้นฮ่องกงตัวนั้นก็ร่วงกราว
ความเครียดยังถาโถม เมื่อต้องเจอข่าวสรรพากรเก็บภาษีหุ้นต่างประเทศอีก ณ เวลานั้นคุณณัฐชไมสัญญากับตัวเองเลยว่า หากสามารถนำเงินก้อนนี้กลับมาได้จะเอามาลง Jitta Wealth แน่นอน
“รู้ตัวดีว่าไม่ได้ชอบหุ้นซิ่งมาแต่ไหนแต่ไร ไปผจญภัยในหุ้นฮ่องกงมาทำให้หัวใจจะวายอยู่หลายครั้ง เพราะไม่ชอบสภาวะที่อะดรีนาลีนหลั่งตลอดเวลาแบบนั้น เราชอบชีวิตที่นิ่งๆ เลยกลับสยบที่ Jitta Wealth เหมือนเดิม เพราะรู้แล้วช่วงที่ลงกับ Jitta Wealth คือสบายใจมาก ไม่ต้องเครียดอะไรเลย ทำงานของเราไป”
กลับมาสู่อ้อมอก Jitta Wealth รวดเดียว 7 พอร์ต
ดังนั้นทันทีที่สรรพากรประกาศปรับเกณฑ์ภาษีให้มีผลตั้งแต่ปี 2567 เมื่อต้นปีคุณณัฐชไมจึงถอนเงินออกมาทั้งหมด และทยอยเปิดพอร์ตใหม่กับ Jitta Wealth เริ่มต้นด้วยพอร์ตที่เธอฝันไว้คือ Jitta Ranking หุ้นสหรัฐฯ หุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ รวมถึงพอร์ตที่เคยสร้างกำไรให้เธอมาตลอดอย่าง Jitta Ranking หุ้นไทย ตามด้วย Jitta Ranking หุ้นเวียดนาม และล่าสุดคือ Jitta Ranking หุ้นจีนที่เธอมองว่าหุ้นจีนน่าจะตกจนสุดแล้ว น่าจะเริ่มเห็นการรีบาวน์ได้ เงินที่นำกลับมาได้ หลังจากเปิดพอร์ตแล้ว เธอได้นำมาทยอย DCA เดือนละแสนทุกเดือนจนหมด
“คุณเผ่าเคยให้คำแนะนำเรื่องเงินที่เตรียมเกษียณว่า หลังเกษียณให้ถอนมาปีละ 5% ตอนนั้นยังไม่เข้าใจแต่พอกลับมาทำตารางก็พบว่า ถ้าเราเก็บไปจนถึง 12 ล้าน แล้วถอน 5% เท่ากับ 6 แสนบาท นั่นคือเฉลี่ยเดือนละ 5 หมื่นได้ตามเป้าหมาย และหากพอร์ตเราโต 10-15% การถอนมา 5% เท่ากับเงินต้นเราก็ยังอยู่และเติบโตต่อไปได้เท่ากับเราจะมีเงินไปถึงอายุก 80 ปีได้โดยไม่เดือดร้อน”
มาถึงตอนนี้เธอรู้สึกสบายใจขึ้นมาก เมื่อพบหนทางสว่างกว่าครั้งแรกที่เธอคำนวณแล้วพบว่าต้องเก็บเงินให้ได้เดือนละ 1 แสนบาทต่อเดือนแบบห้ามขาด
ให้ AI เร่งพอร์ตเกษียณโตด้วย Jitta Ranking Alpha
และเมื่อต้นปี 2568 คุณณัฐชไม ตัดสินใจปิดพอร์ต Jitta Ranking หุ้นไทยที่แลดูทิศทางเศรษฐกิจและการเมืองไม่น่าจะหนุนให้พอร์ตเติบโตได้ทัน และแบ่งพอร์ต Jitta Ranking หุ้นจีนบางส่วนมาเปิด Jitta Ranking Alpha เพื่อให้ AI ช่วยคำนวณแนวโน้มของโลกได้ดีกว่า ซึ่งก็เป็นจริงเช่นนั้น หลังจากเปิดพอร์ตไม่นานผลตอนแทนก็พุ่งไปไกล แต่ก็ทำให้เธอตื่นเต้นไม่น้อยเพราะเจอการประกาศมาตรการภาษีทรัมป์เข้าไปพอร์ตก็ร่วงแรง
“ตอนแรกเปิดพอร์ตมากลางเดือนมกราคม ตอนนั้น AI เลือกหุ้นจีน เราดูทิศทางและศึกษาตามอยู่ว่าดีจริงหรือเปล่า เรียกว่าลุ้นทุกเดือน เพราะเดือนมีนาคมพอร์ตก็พุ่งไปพีค จาก 2.03 ล้านบาท ขึ้นไป 2.22 ล้านบาท แล้วก็ตกลงมาเหลือ 1.96 ล้านบาทช่วงเดือนเมษายน (ภาษีทรัมป์) แต่เราไม่ซีเรียส เพราะเราผ่านโควิดมาแล้ว พอร์ตเคยลบไป 30% เราก็เลยไว้ใจว่าหลักการ Jitta Wealth ถูกอยู่แล้ว”
เกษียณได้ไวกว่าเป้าหมาย 3 ปี
เป้าหมายของคุณณัฐชไมยังคงเดิมคือ เก็บเงินให้ผลตอบแทนชนะเงินเฟ้อเพื่อให้มีเงินใช้หลังเกษียณเดือนละ 50,000 บาทไปจนถึงอายุ 80 ปี ซึ่งด้วยเงินลงทุนที่มีอยู่ในเวลานี้ เธอจะต้องสร้างผลตอบแทนได้ปีละ 10-12% จึงจะเป็นไปตามเป้าหมาย แต่ความตื่นเต้นในเวลานี้คือ พอร์ตทั้งหมดที่มีกับ Jitta Wealth ทุกพอร์ตรวมเติบโตไปมากกว่า 10% แล้ว เท่ากับว่าปีหน้าเธอจะบรรลุเป้าหมายได้เร็วกว่าที่คาดไว้ถึง 3 ปี
“ตื่นเต้นมากตอนนี้พอร์ตโตใกล้จะ 12% แล้ว เพราะหากได้พอร์ตรวม 10-12% เท่ากับทั้งหมดที่มี ปีหน้าก็สามารถเกษียณได้ ไปทำอะไรที่เราชอบได้ เราก็ยังเก็บเงินยังทำงานไปเรื่อยๆ แต่มันคลายความเครียดในการเก็บเงินเพื่อเกษียณไปแล้ว”
ทั้ง 7 พอร์ตที่มี ประกอบด้วย Jitta Ranking หุ้นสหรัฐฯ Jitta Ranking หุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ Jitta Ranking Alpha Jitta Ranking หุ้นเวียดนาม Jitta Ranking หุ้นจีน Global ETF (เติบโต) และ Thematic Optimize คุณณัฐชไมถือว่ามีการกระจายความเสี่ยงสำหรับการเกษียณได้แล้วเป็นอย่างดี
“เราเริ่มเก็บตอนอายุ 51 ปี โชคดีที่เจอโควิด ไปเที่ยวต่างประเทศไม่ได้ กลายเป็นโอกาสเก็บเงินเต็มที่ พอมาตอนนี้เลยไปเที่ยวต่างประเทศน้อยลงมาก จากที่ทำผังการลงทุนเตรียมไว้ว่าจะใช้เวลา 9 ปีเก็บเงินเกษียณ กลับใช้เวลาเพียง 6 ปีกว่า เงินเติบโตถึงเป้า สบายใจ เกษียณได้ไม่เครียดแล้ว”
ทุกวันนี้คุณณัฐชไมเปิดพอร์ตดูแทบทุกอาทิตย์ เมื่อเห็นตลาดที่ขึ้นๆ ลงๆ ก็จะนึกถึงตอนโควิด ที่พอร์ตเคยติดลบไป 30% แล้ว ก็ตระหนักว่าเราต้องเชื่อมั่นในหลักการ จึงจะผ่านมันไปได้ และทุกวันนี้คุณณัฐชไมแนะนำให้แฟนเก็บเงินใน Global ETF ด้วยการเปิดพอร์ตตั้งต้นให้ พร้อมกับบอกว่า “อีก 10 ปีข้างหน้า เธอจะขอบคุณฉัน”






