คุณกอปรทิพย์ ตู้จินดา
เรียนรู้และเปิดใจอยู่กับโลกทุนนิยมบนทางสายกลาง
กอปรทิพย์ ตู้จินดา
มนุษย์เงินเดือนในภาคสังคม

“คนในภาคสังคม ไม่ค่อยรู้และไม่อยากรู้เรื่องการเงิน ก็เลยชอบ Jitta Wealth ที่มี AI บริหารให้ ไม่ซับซ้อน ตรงกับจริตเรา” Global ETF ผลตอบแทน +24.87% (9 มี.ค. 2564 – 24 ก.ย. 2567)
เรียนรู้และเปิดใจอยู่กับโลกทุนนิยมบนทางสายกลาง | รีวิว Jitta Wealth
‘เงิน’ คือปัจจัยสำคัญสำหรับมนุษย์ในโลกทุนนิยมที่ยากจะปฏิเสธได้เลย แม้จะมีการบัญญัติคำว่า ‘ทุนนิยมสามานย์’ ขึ้นมาจากกลุ่มคนในภาคสังคมที่ต้องการเห็นการกระจายเม็ดเงินอย่างเป็นธรรม แต่ตราบใดที่มนุษย์เรายังต้องอยู่ในยุคทุนนิยมเช่นนี้ การเรียนรู้เรื่องการวางแผนการเงินส่วนบุคคลก็ยังเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อให้อนาคตทางการเงินมีความมั่นคงไปถึงปลายทางได้โดยไม่สะดุด
เช่นเดียวกับคุณกอปรทิพย์ ตู้จินดา มนุษย์เงินเดือนที่ทำงานอยู่ในภาคสังคม แม้จะไม่ได้เป็น NGO แต่ก็ยอมรับว่าเคยมีความคิดที่สุดโต่งกับคำว่า ‘เงิน’ และรู้สึกต่อต้านการแสวงหาผลประโยชน์ในระบบทุนนิยม แต่เมื่อมีโอกาสได้ลองเปิดใจและเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอย่างสมดุล ปล่อยให้เงินทำงานในที่ที่เหมาะสม ง่ายและสะดวก และสุดท้ายเมื่อมีเงินมากขึ้นก็สามารถแบ่งไปช่วยสังคมตามที่ต้องการได้ต่อไป กับ Global ETF ที่เติบโตอย่างมีเสถียรภาพด้วยผลตอบแทน +24.87% (9 มี.ค. 2564 – 24 ก.ย. 2567)
จากที่เคยแอนตี้ทุนนิยมสุดขั้ว สู่จุดเริ่มต้นการวางแผนการเงิน
คุณกอปรทิพย์เล่าว่าในช่วงของการทำงานตลอด 10 ปีแรก เธอไม่เคยรู้จักหรือสนใจการออมการลงทุนเลยทั้งที่พื้นฐานก็จบด้านเศรษฐศาสตร์มา เพราะแนวคิดและบทบาทของคนทำงานภาคสังคมที่ค่อนข้างห่างไกลกับเรื่องการเงินการลงทุน ที่สำคัญคือ ค่อนข้างแอนตี้เสียด้วยซ้ำ เรียกได้ว่าเป็นความขัดแย้งทางความคิดแบบสุดขั้วก็ว่าได้
“เราทำงานในภาคสังคม คล้าย ๆ NGO แต่ไม่ใช่ ก็เคยรู้สึกต่อต้าน ‘ทุนนิยมสามานย์’ เงินที่มีต้องเป็นเพื่อการกุศลสิ ไม่ค่อยคิดเรื่องเงินส่วนบุคคล แอบรู้สึกว่าการมีเงินเยอะ ๆ มันบาปหรือเปล่า”
จนกระทั่งย้ายที่ทำงานและได้มารู้จักกับรุ่นพี่ท่านหนึ่งที่ได้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการเงินส่วนบุคคล ประกอบกับการทำงานไปได้ระยะหนึ่ง ก็พบว่า ไม่ว่าจะทำงานใด ๆ ‘เงิน’ คือปัจจัยสำคัญอยู่ดี จนกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เธอเปิดใจ ไม่ได้คิดว่า ‘เงิน’ คือผู้ร้ายอีกต่อไป ในทางกลับกัน การมีเงินก็สามารถช่วยคนได้อีกมากมาย มุมมองที่เปลี่ยนไปทำให้เธอหันมาสนใจเรื่องการวางแผนการเงินส่วนบุคคลมากขึ้น
หา “จริตการลงทุน” ด้วยเงิน 6 กระปุก สู่การใช้ AI บริหารพอร์ต
เมื่อตระหนักถึงความจำเป็น คุณกอปรทิพย์จึงเริ่มศึกษาแนวคิดเรื่องการออม ตามทฤษฎีการจัดการเงิน 6 กระปุก (6 Jars) แบ่งตามวัตถุประสงค์การใช้เงิน ซึ่งเป็นแนวทางที่ค่อนข้างตรงจริตกับคนที่ไม่ต้องการติดตามข่าวสารการลงทุนเช่นเธอ
“เดิมทีเราออมไปแบบตามมีตามเกิด คือเอาไปฝากแบงก์ เงินเหลือในแบงก์ก็คือเงินออม แต่ไม่มีการจัดเงิน แยกค่าใช้จ่าย พอฟังคำแนะนำจากรุ่นพี่แล้วรู้สึกว่า แม้แต่คนที่ไม่สนใจเรื่องการเงินยังทำได้ แค่เซ็ตไว้ครั้งเดียว แล้วก็ปล่อยให้มันทำงานไป ฟังแล้วก็รู้สึกว่ามันตรงกับจริตของเราที่ไม่สนใจว่าหุ้นจะขึ้นจะลง ค่าเงินหรือราคาทองจะเป็นยังไง”
เมื่อจัดสรรเงินตามวัตถุประสงค์ได้แล้ว คุณกอปรทิพย์ได้ค่อย ๆ เข้าวงการการวางแผนการเงินส่วนบุคคล โดยเริ่มต้นจากการออมผ่านประกันชีวิตและประกันสุขภาพ จากนั้นก็มาซื้อกองทุน LTF เพื่อการลดหย่อนภาษี ระหว่างนั้นเอง รุ่นพี่คนดีคนเดิมก็ได้แนะนำ Jitta Wealth ที่เพิ่งเปิดตัวให้ได้รู้จัก ซึ่งคุณกอปรทิพย์ได้ไปตามหาข้อมูลจากคลิปของคุณอ้อ พรทิพย์ กองชุน ที่ได้ให้ความรู้เรื่อง OKR แม้จะไม่เกี่ยวกับเรื่องการเงินแต่ก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ได้มารู้จักกับ Jitta Wealth ผู้ให้บริการกองทุนส่วนบุคคลด้วย AI ซึ่งถือว่าก็เป็นอีกเลเวลหนึ่งของการลงทุนสำหรับเธอเลยทีเดียว
“เรามาจากภาคสังคม จะไม่ค่อยรู้และไม่อยากรู้ รู้สึกปวดหัว ทำไมต้องมาทำเรื่องนี้ไหนจะภาษีอีก แต่พอจำเป็น ก็ต้องหาเครื่องมือมาตอบโจทย์ เมื่อเรายังไม่รู้เรื่องเลยก็ต้องให้คนมาจัดการให้ อย่าง Jitta Wealth เราก็ชอบว่ามี AI บริหารให้ เราไม่ต้องไปคอยซื้อคอยขาย โดยที่เราไม่รู้เรื่อง ก็ลองเปิดพอร์ตดูในวงเงินที่รับความเสี่ยงได้”
เปิดใจและเปิดพอร์ตหลากหลายกับ Jitta Wealth
คุณกอปรทิพย์เปิดพอร์ตแรกกับ Jitta Wealth ด้วย Thematic Optimize เพราะเงินลงทุนเริ่มต้นไม่สูงมากนัก หลังจากนั้นก็ค่อย ๆ เพิ่มจำนวนพอร์ตมาเรื่อย ๆ 2-3 พอร์ตในนโยบายเดียวกัน แน่นอนว่า การลงทุนใน Megatrend อย่าง Thematic ที่มีความผันผวนสูง เมื่อพอร์ตปรับลดลงแรง เธอก็แอบใจเสีย แต่ด้วยความที่เม็ดเงินไม่ได้สูงมาก ประกอบกับทำใจไว้แต่แรกว่า การลงทุนมีโอกาสที่จะเสียหายได้ อีกใจก็มองว่ามันก็เป็นแค่มูลค่า ตราบใดที่ยังไม่ขายออกมาก็ยังไม่ได้รับรู้ผลขาดทุนจริง ๆ
“เปิดดูพอร์ตไม่บ่อย 2-3 เดือนถึงจะเปิดดูที ถ้าเปิดมาแล้วหุ้นลง เรารู้ว่าทำอะไรไม่ได้อยู่ดี แต่ก็อยากบอกคนที่ลงทุนว่า ห้ามเอาเงินร้อนมาลง เพราะหากเป็นเงินเย็น เวลาตลาดลง มันก็พอรอได้ ยังไงก็ไม่เดือนร้อนไปกว่านี้ เพราะเงินนี้เราก็เอามาจากกระปุกที่แบ่งไว้สำหรับลงทุนระยะยาวอยู่แล้ว ก็แค่หวังว่าอนาคตมันจะขึ้นละกัน แต่อีกใจหนึ่งก็รู้สึกว่าตราบใดที่ยังไม่ได้ถอนออกมา มูลค่าที่เห็นก็เป็นแค่ตัวเลขขึ้นลงแต่ละวัน ดังนั้นเวลาหุ้นลง ถ้ามีเงินก็เอามาเติม ถ้าไม่มีก็ไม่เติม”
และไม่นานมานี้เมื่อ Thematic Optimize ของเธอเริ่มผงกหัวขึ้น คุณกอปรทิพย์จึงโอน Thematic Optimize ออกมา 2 พอร์ตมาเพื่อเปิด Jitta Ranking หุ้นสหรัฐฯ
เน้นกระจายความเสี่ยง พร้อม Global ETF พอร์ตขวัญใจ
ทุกวันนี้เด็กใหม่ในโลกลงทุนอย่างคุณกอปรทิพย์ลงทุนกับ Jitta Wealth มาแทบทุกนโยบายแล้ว ไม่ว่าจะเป็น Jitta Ranking หุ้นสหรัฐฯ, Jitta Ranking หุ้นเวียดนาม, Jitta Ranking หุ้นญี่ปุ่น, Thematic Optimize และ Global ETF ที่เธอเปิดไว้ทั้งแผนสมดุลและเติบโต และเมื่อไม่นานมานี้ก็ได้เริ่มลงทุนแบบ DCA หลังจากที่ Jitta Wealth เปิดให้มีฟังก์ชันการ DCA โดยเลือก DCA ใน Global ETF ทั้ง 2 แผนเป็นหลัก
ถึงแม้จะมีการจัดสรรการเงินส่วนบุคคลมากขึ้น แต่คุณกอปรทิพย์ก็ไม่ได้มีเป้าหมายทางการเงินที่ชัดเจนจริงจังขนาดที่ว่าจะต้องมีเงินเก็บเป็นจำนวนเท่าไหร่สำหรับชีวิตหลังเกษียณ เพราะด้วยเป็นคนชอบทำงานแม้ว่าจะอายุมากขึ้นก็ตั้งใจว่าจะทำงานไปเรื่อย ๆ แต่สิ่งที่ทำได้คือความพยายามที่จะกระจายความเสี่ยงให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะ Global ETF ที่เธอก็ค่อย ๆ หยอด เตรียมเอาไว้สำหรับลูกน้อยที่จะเติบโตในอนาคตด้วย
“เราก็เน้นกระจายความเสี่ยง ทั้งเงินเก็บในบัญชี ประกันชีวิตและสุขภาพ ซื้อทองไว้นิดหน่อย แต่ไม่ได้มีเป้าหมายว่าจะต้องมีเงินเก็บเท่าไรอะไรขนาดนั้น เพราะเป็นคนชอบทำงานก็ไม่ได้เกี่ยงที่จะทำงานไปเรื่อย ๆ ค่อย ๆ สะสมไป”
เมื่อถามคุณกอปรทิพย์ถึงพอร์ตลูกรัก แน่นอนว่าหนีไม่พ้นพอร์ตขวัญใจมหาชนชาว Jitta Wealth อย่าง Global ETF ทั้งแผนเติบโตและสมดุล แม้ผลตอบแทนของแผนเติบโตจะสร้างความชื่นอกชื่นใจมากกว่า แต่ก็เป็นธรรมดาของสินทรัพย์การลงทุนที่อยู่ข้างใน ซึ่งเธอเองก็เข้าใจถึงวัตถุประสงค์ของทั้ง 2 แผน แม้พอร์ต Global ETF แผนสมดุล จะเติบโตน้อยกว่า แต่เธอก็มั่นใจได้ว่าเงินไม่หายแน่ ๆ เธอจึงค่อย ๆ หยอดเงิน DCA ไปเรื่อย ๆ ทั้ง 2 กอง
ทุกวันนี้การลงทุนกับ Jitta Wealth ของคุณกอปรทิพย์ ถือว่าเป็นสินทรัพย์ที่หวือหวาแล้วสำหรับคนที่ไม่เคยสนใจเรื่องการลงทุนเลย เพราะเธอเองไม่ลงทุนในหุ้นไทย หรือบิทคอยน์ ที่เธอไม่เชื่อมั่นใจการลงทุนของทั้ง 2 สินทรัพย์นี้ ประกอบกับวิธีการที่ยุ่งยากไม่ตรงกับจริตของเธอ เธอจึงปล่อยผ่าน ขณะที่การลงทุนในหุ้นต่างประเทศผ่าน Jitta Ranking ก็ทำให้เธอได้สัมผัสความวูบวาบของหุ้นไม่น้อยเช่นกัน Jitta Ranking หุ้นญี่ปุ่นที่พาเอาหายใจคว่ำ หรือกระทั่งพอร์ต Perform ได้ดีอย่าง Jitta Ranking หุ้นสหรัฐฯ แต่ก็เปิดโลกใหม่ให้เธอได้เรียนรู้ถึงการขึ้นลงของตลาดด้วยความมั่นใจในหลักการลงทุนของ Jitta Wealth ที่เธอเชื่อมั่น
ทางสายกลาง: ลงทุนง่าย ไม่วุ่นวาย ปล่อยให้ AI ทำงาน
แนวคิดเรื่องการเงิน ของคุณกอปรทิพย์มีความสมดุลมากขึ้น ไม่ได้เอ็กซ์ตรีมไปในทางใดทางหนึ่ง แม้จะไม่ได้ชื่นชอบมากนัก แต่เธอก็เปิดใจเรียนรู้การลงทุนพอสมควร เพื่อหาสิ่งที่เหมาะกับจริตของตัวเอง
“ถามว่า เชื่อในระบบนี้เลยไหม ก็ไม่ได้เชื่อแบบสุดจิตสุดใจ รู้สึกแค่ว่า เราเดินทางสายกลาง ไม่ปฏิเสธเแล้วก็เรียนรู้อยู่กับมัน อย่างช่วงที่คนพูดถึงบิทคอยน์ ก็ลองไปซื้อ แต่ก็รู้ว่ามันไม่ใช่จริตเรา แค่จะซื้อจะขายทีเรายังจำวิธีการไม่ได้เลย มันซับซ้อนเหลือเกิน เหมือนหุ้นไทยก็เคยมีพอร์ต แต่ส่วนตัวก็ไม่ได้เชื่อถือมาก และเคยลองซื้อหนึ่งครั้งแล้วก็รู้สึกว่าไม่ใช่จริตเรา ไม่อยากต้องคอยมาตามซื้อตามขายแบบนี้”
สำหรับการให้ AI ช่วยบริหารพอร์ตนั้น คุณกอปรทิพย์ก็ยังไม่สามารถฟันธงได้ชัดเจนว่า ใช่หรือไม่ ดีกว่าหรือเปล่า แต่ที่เธอรู้แน่ ๆ เลยก็คือ คนที่ไม่ชอบเรื่องการลงทุนอย่างเธอก็สามารถลงทุนได้โดยไม่ต้องวุ่นวายหรือใช้เทคโนโลยีที่ซับซ้อนอะไร แค่ทำหน้าที่ใส่เงินแล้วก็รับความเสี่ยงไป ที่เหลือให้ AI ช่วยซื้อขายให้อัตโนมัติไปเรื่อย ๆ สุดท้ายเธอมองว่าปลายทางก็น่าจะดีกว่าฝากเงินไว้กับธนาคารแน่นอน







