คุณจักรพันธ์ ชูติมันต์วงษ์
พิสูจน์แล้วพิสูจน์อีก Jitta Wealth พาพอร์ตรอดได้ทุกวิกฤติ
จักรพันธ์ ชูติมันต์วงษ์
นักลงทุน

“หุ้นตกผมไม่ซีเรียสเลย ยิ่งตลาดต่ำๆ พอเด้งแล้วตัวคูณจะสูง ยิ่งลงทุนกับ Jitta Wealth ผมพิสูจน์มาแล้วว่า ผ่านวิกฤติได้จริง”
Jitta Ranking หุ้นเวียดนาม +29.35% (21 เม.ย. 2564- 31 ก.ค. 2567)
พิสูจน์แล้วพิสูจน์อีก รีวิว Jitta Wealth พาพอร์ตรอดได้ทุกวิกฤติ
นักลงทุนหลายคนอาจจะรู้สึกกลัวเมื่อตลาดปรับตัวลง โดยเฉพาะจังหวะที่มีข่าวร้ายพร้อมๆ กัน จนตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลดลงเหมือนไม่กี่วันที่ผ่านมา หลายคนตัดสินใจปิดพอร์ตกลับมาถือเงินสดไว้ก่อน ต่างจากคุณคุณจักรพันธ์ ชูติมันต์วงษ์ นักลงทุนชาวสวน (ตลาด) ที่พิสูจน์มาแล้วว่าอัลกอริทึมของ Jitta Wealth สามารถนำพาพอร์ตของเขาให้ก้าวข้ามผ่านวิกฤติมาได้ครั้งแล้วครั้งเล่า จนวันนี้พอร์ต Jitta Ranking หุ้นเวียดนามของเขาเติบโต เกิน 30% จนสามารถแบ่งกำไรออกไปลงทุนใน Jitta Ranking หุ้นไทย ในจังหวะที่ดัชนีกำลังอยู่ในจังหวะต่ำสุดยามนี้
“ผมชอบตลาดที่กำลังต่ำๆ พอเด้งแล้วตัวคูณมันจะสูง แต่จะเป็นการซื้อต่ำแบบรายประเทศไม่ใช่หุ้นรายตัว เพราะเป็นรายประเทศมันไม่ลงไปเหลือศูนย์ ต่างจากหุ้นรายตัว ดังนั้นเวลาดัชนีต่ำๆ ผมไม่เครียดไม่ซีเรียสเลย ยิ่งลงทุนกับ Jitta Wealth ที่พิสูจน์มาแล้วว่าผ่านวิกฤติได้จริง”
เริ่มต้นการลงทุนอย่างบ้าคลั่ง
การเริ่มต้นลงทุนของคุณจักรพันธ์ ไม่ใช่ว่ายิ่งเร็วยิ่งดีเท่านั้น แต่กลับการเริ่มต้นอย่างบ้าคลั่ง เก็บเงินแทบทุกบาททุกสตางค์ที่ได้จากการทำงานเพื่อไปลงทุน ใช้ชีวิตประหยัดเพื่อเก็บเงินต้นสำหรับลงทุนให้มากที่สุด เพราะเขาเชื่อว่า “เงินต้นสำคัญที่สุด”
คุณจักรพันธ์ เข้าสู่สนามลงทุนผ่านการทำงานในวิชาชีพตัวเอง เมื่อ 10 ปีก่อน การเป็นเซลส์แมนขายสารเคมีตามโรงงานอุตสาหกรรมทำให้เขาต้องวิ่งเข้าวิ่งออกโรงงานลูกค้าเพื่อเสนอขายสารเคมีหลายแห่ง ทำให้เขาสังเกตเห็นความแตกต่างระหว่าง บริษัทจำกัด และบริษัทจำกัด (มหาชน) เป็นที่มาให้เขาสนใจลงทุน
“เราไปศึกษาความแตกต่าง จนรู้ว่าบริษัทจำกัด (มหาชน) แปลว่า เราสามารถเข้าไปซื้อหุ้นเขาได้ เป็นหุ้นส่วนในกิจการได้ โดยที่เราไม่ต้องไปนั่งบริหาร แต่สามารถทำงานประจำได้อยู่ เราจึงไปศึกษาเรื่องการลงทุน และเปิดพอร์ตลงทุนหุ้นไทย”
เปิดพอร์ตหุ้นครั้งแรกจากเงินต้นที่ 10,000 บาท และทุกสิ้นเดือนเมื่อเงินเดือนออก เขาจะโอนเงินประมาณ 60-70% เข้าไปในพอร์ต เวลานั้นเขาอายุ 26-27 ปี เงินเดือนยังไม่มากนัก แต่มีรายได้จากค่าคอม ค่าน้ำมันรถ ก็นำมาใส่พอร์ตทั้งหมด และเพราะไลฟ์สไตล์เป็นคนประหยัด อยู่บ้านพ่อแม่ ใช้รถติดแก๊ส เติมพอร์ตอย่างบ้าคลั่งเพราะยึดในหลักการ VI ที่ว่าเงินลงทุนก้อนแรกสำคัญ จึงมีความคิดที่จะลงทุนให้มากที่สุดตั้งแต่เริ่มแรก เขาแทบไม่ใช้จ่ายอะไร
“เพราะรู้ว่าเงินเดือนไม่ได้เยอะต้องเพิ่มเงินต้นให้เยอะที่สุด อยู่บ้านพ่อแม่กินข้าวกับพ่อแม่รถก็ติดแก๊ส จะมีแฟน ก็ต้องดูไลฟ์สไตล์ที่คล้ายกัน ประหยัดทุกช่องทางเพื่อเอาเงินมาเพิ่มเงินต้น”
นักลงทุนในยุค 10 ปีก่อนกว่า 90% ขึ้นไปก็จะรู้จักลงทุนแค่หุ้นไทยเป็นหลัก มีให้เลือกแค่หุ้นปั่นหรือหุ้นบลูชิพ เขาก็เป็นแนวเทรดหุ้น เฮโลตามข่าวไป
“เขา(รายใหญ่)เก็บของกันเสร็จค่อยออกข่าว เราก็อยู่วงนอก ดูงบอะไรก็ไม่เก่ง จังหวะที่มาถึงเราจึงมักจะเป็นปลายรอบหรือไม้สุดท้ายเสมอ” เสียงสะท้อนจากนักลงทุนรายย่อยของไทยท่านหนึ่ง
สนใจใน VI จึงได้รู้จักกับ Jitta Wealth
แม้จะเฮโลตามเขาไป แต่พอร์ตของคุณจักรพันธ์ ก็พอเอาตัวรอดได้ ชนิดที่ไม่ได้ไม่เสีย เพราะยังยึดหลักการ VI ที่ให้ดู P/E และ ROE ของหุ้นนั้นๆ อยู่บ้าง จากการที่ได้อ่านหนังสือการลงทุนแนว VI อย่างปู่วอร์เรน บัฟเฟตต์ หรือ The Intelligent Investor ของ Benjamin Graham ที่สอนเทคนิคการคัดหุ้นถูกอย่างง่ายๆ ว่าดูที่ P/E ต่ำ ROE สูงไว้ก่อน ทำให้เขามีเคล็ดลับประคองพอร์ตเรื่อยมา
และการศึกษาเรื่องการลงทุนอย่างต่อเนื่อง เขาได้ไปเจอหนังสือ Magic Formula ของ Joel Greenblatt แต่ต่อยอดไปในช่องทางออนไลน์ เขาฟังคลิปวิดีโอที่สอนการเอาชนะตลาดด้วยสูตร Magic Formula จากนั้นก็ไล่ดู YouTube ไปเรื่อย ๆ จนเจอคลิปคุณเผ่า ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์ ซีอีโอของ Jitta พูดถึงหลักการ Quant VI ที่มีการใช้ข้อมูลเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ซื้อหุ้นให้หลากหลายกระจายเซคเตอร์
เพียงแค่ฟังหลักการก็รู้สึกคลิกเลย
เขาเริ่มซื้อหุ้นตาม Jitta.com แต่สุดท้ายก็ไม่มีเวลาปรับพอร์ตและก็ไม่มีวินัยพอ ทำให้ผลตอบแทนไม่เป็นบวก ผ่านไปปีเศษ ก็ได้เห็นบทสัมภาษณ์ของคุณเผ่าอีกครั้ง ว่าเปิด บลจ. Jitta Wealth ก็ลงล็อกเลย
“ได้ฟังสัมภาษณ์ก็คลิก รู้สึกว่าใช่เลย ต้องลงแล้วล่ะ คือเป็น Quant VI ที่มีการปรับพอร์ตให้ด้วย มันโดนใจมาก เรียกว่า ลงล็อกหมดเลย”
บทพิสูจน์แรกของ Quant VI
คุณจักรพันธ์นำเงินมาลงทุนใน Jitta Ranking หุ้นไทยในปี 2019 ควบคู่ไปกับการลงทุนหุ้นไทยรายตัว แต่ตลาดตอนนั้นเฮโลไปที่หุ้นไฟฟ้าและพลังงานทางเลือก ทำให้พอร์ต Jitta Wealth ช่วงแรกติดลบไปประมาณ 20%
แต่แล้วก็มาถึงจุดเปลี่ยน เมื่อโลกเข้าสู่ยุคโควิด-19 สินทรัพย์ลงทุนทั่วโลกดิ่งเหวไม่พ้นหุ้นไทย พอร์ต Jitta Ranking หุ้นไทยของเขาลดลงอีกจากเงินต้น 1 ล้านบาท ลงมาเหลือ 400,000 บาท ไม่ต่างจากพอร์ตหุ้นไทยรายตัวที่ติดลบไป 70% แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อผ่านไปราว 4-5 เดือน ตลาดหุ้นเริ่มนิ่งพอร์ต Jitta Ranking หุ้นไทยของเขาก็ค่อยๆ เด้งขึ้นมาแบบรัวๆๆๆๆ จนกลับมาเป็นกำไร เทียบกับพอร์ตหุ้นรายตัวของเขาที่ปรับขึ้นมาแต่ก็ยังไม่ถึงต้นทุน เรียกว่าแตกต่างอย่างชัดเจน
“เรามั่นใจ Jitta Wealth เลย เพราะมีตัวเปรียบเทียบแล้ว เวลาลงก็ลงไปพร้อมกันแล้วจังหวะขึ้น พอร์ตของเรายังไม่ถึงทุนเลย แต่พอร์ต Jitta Wealth กำไรไปแล้ว เราได้เห็นข้อแตกต่างที่ชัดเจน ก็รู้เลยว่าลงทุนกับ Jitta Wealth นี่แหละถูกแล้วเราต้องมาทางนี้แล้ว”
เมื่อเห็นภาพผลลัพธ์ที่ชัดเจนนี้แล้วว่า Jitta Wealth พาพอร์ตผ่านวิกฤติได้แน่นอน แถมผลงานดีกว่าที่เขาลงทุนเอง เมื่อหุ้นเด้งกลับมา เขาจึงตัดสินใจโยกเงินทั้งหมดมาไว้ที่ Jitta Wealth และขายพอร์ต Jitta Ranking หุ้นไทย เพื่อรวมเป็นเงินก้อนใหญ่ไปเปิด Jitta Ranking หุ้นเวียดนาม เนื่องจากในขณะนั้นตลาดเวียดนามกำลังเนื้อหอม แม้เวลานั้นหุ้นไทยฟื้นจากโควิดมาจนมีกำไรแล้ว แต่เมื่อมองไปข้างหน้า เขาเชื่อว่าตลาดหุ้นเวียดนามไปไกลกว่า ประกอบกับการศึกษาข้อมูลแล้วพบว่าหลักการของ Quant VI จะใช้ได้ดีในตลาดเกิดใหม่ เขาจึงเทไปที่พอร์ต Jitta Ranking หุ้นเวียดนามหมดเลย
เปิดพอร์ต Jitta Ranking หุ้นเวียดนามมาได้ไม่นานตลาดหุ้นเวียดนามก็เผชิญข่าวการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชันในตลาดหุ้น ดัชนีตลาดหุ้นเวียดนามปรับตัวลงแรงจนพอร์ตหลักของคุณจักรพันธ์แทบกินเงินต้น แต่เขากลับสบายใจและคอยที่จะเติมพอร์ตเพิ่มในช่วงที่ตลาดลดลง
“เรายังมั่นใจใน Jitta Wealth ก็เลยไม่ต้องทำอะไร และสุดท้ายก็กลับมาได้จริงๆ เหมือนเราได้พิสูจน์แล้ว พิสูจน์อีก ไม่มีอะไรต้องพิสูจน์แล้ว เราอยากให้ลงนานๆ ด้วยซ้ำ จะได้เอาเงินมาเติม เพราะเราพิสูจน์แล้วสุดท้ายยังไงมันก็กลับมา ยิ่งวิกฤติเนี่ยผมไม่ได้สนใจเลย เอาเวลาไปโฟกัสที่ลูกๆ ดีกว่า”
นักลงทุนชาวสวน VI รักสนุก
เขานิยามตัวเองว่าเป็นนักลงทุนชาวสวน (ตลาด) ชอบจังหวะที่ตลาดต่ำ มากกว่าตลาดขาขึ้น และพร้อมที่จะโยกไปหาตลาดที่ลงหนักๆ จนนิ่งแล้ว เรียกว่าข่าวร้ายที่ออกมาก็จะไม่กระทบหรือไม่ปรับตัวลงไปมากกว่านี้แล้ว เรียกว่าเป็น VI ที่ชอบของดีราคาถูก แต่ก็ยังแอบรักสนุก รอดูจังหวะที่มันเด้งขึ้น แล้วแสวงหาตลาดที่ลงหนักๆ ต่อไป
และในช่วงที่ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงรุนแรงในช่วงที่ผ่านมา ประกอบกับ Jitta Ranking หุ้นเวียดนามมีกำไรขึ้นมาสูงมาก เขาจึงถอนกำไรบางส่วนออกมา เพื่อกลับมาเปิด Jitta Ranking หุ้นไทยอีกครั้งเพราะเห็นสัญญาณว่าตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงมามากแล้ว เขามองว่าไม่น่าจะมีข่าวร้ายอะไรจะมากระทบหุ้นไทยได้มากไปกว่านี้แล้ว ขณะเดียวกันเมื่อมองไปข้างหน้า เขาก็เชื่อว่าตลาดหุ้นเวียดนามก็ต้องดีแน่นอน และยังต้องไปได้อีกไกล จึงกระจายการลงทุนออกมา
“หลักการลงทุนผมก็จะ allocate ไปเรื่อยๆ ตอนนี้พอร์ตหลักยังคงเป็นเวียดนาม แต่ตัวไหนที่มันลงจนนิ่งแล้ว ก็จะสลับไป นำกำไรบางส่วนไปลง อย่างหุ้นไทยเรารู้ว่าลงมาถึงจุดหนึ่ง เดี๋ยวมันขึ้นไม่ได้ตื่นเต้นเลย แม้จะตัดกำไรของเวียดนามมาลงทุนหุ้นไทย พอร์ตเวียดนามก็ยังกำไร แต่เราลงไทยเพิ่มเพื่อกระจายความเสี่ยงไปด้วย”
จังหวะ DCA เมื่อเกิดวิกฤติ เติมพอร์ตได้ ไม่ต้องเครียด
ในการบริหารพอร์ตคุณจักรพันธ์ไม่ได้เติมพอร์ตบ่อยนัก แต่ปล่อยให้พอร์ตโตมาเรื่อยๆ เพราะเห็นแล้วว่า Jitta Wealth สามารถบริหารให้มีกำไร จนกลายเป็นเงินก้อนใหญ่ ส่วนการลงทุนอื่นๆ เขาก็ยังมีไปเทรดหุ้นต่างประเทศด้วยตัวเองบ้างแต่เป็นลักษณะของการจับอารมณ์ตลาดหรือเล่นไปตามกระแส เอาสนุกเท่านั้น เพราะแม้จะยึดแนวทางของ VI แต่เขาก็ยังสนุกกับตลาดอยู่ และรู้ว่าการลงทุนแบบสนุกๆ อาจจะคาดหวังอะไรมากไม่ได้
“แม้จะไม่ได้เติม แต่เรารู้อยู่ว่าอยู่ตรงนั้นแล้วเติบโต การปล่อยให้เงินอยู่ในที่ที่ถูกต้องทำให้สบายใจรู้สึก secure ”
อย่างไรก็ตามเขามองว่าในยามที่ตลาดหุ้นตกทั่วโลกเช่นนี้คือจังหวะที่ดีที่สุดในการเติมพอร์ต!!
คุณจักรพันธ์ มองว่า ตลาดที่ปรับตัวลงมามากและน่าจะซึมยาว คือจังหวะที่ต้อง DCA ขณะเดียวกันก็สามารถหาจังหวะปรับพอร์ต หากเห็นตลาดที่ปรับตัวลงแรงเช่น สหรัฐฯ หรือจีน
“ผมไม่ต้องทำใจเลยนะในการเติมพอร์ต เมื่อรู้อยู่แล้วว่าลงก็ต้องเติม บางคนตลาดลงมากก็นอนไม่หลับ แต่ผมเนี่ยผมหลับสบายและไม่เคยเครียดจากการลงทุนเลย ตอนลงทุนเองอาจมีบ้าง แต่ที่อยู่กับ Jitta Wealth ไม่เครียดเลย เรารู้อยู่แล้วเขากระจาย 20-30 หุ้น ถ้ามันลงทั้งตลาดยังไงมันก็ลงทั้งตลาด ผมจะไปเครียดอะไร ทุกคนก็ลงพร้อมกันหมด มันไม่ใช่มีแค่คุณมันคือมันเป็นกระจายสัดส่วนดีแล้ว มันแทบจะไม่มีโอกาสเจ๊งเลย”
การลงทุนที่พิสูจน์แล้วว่าผ่านวิกฤติได้จริง พอร์ตที่มีกับ Jitta Wealth จึงเป็นการลงทุนระยะยาว เป็นพอร์ตใหญ่สำหรับใช้ยามเกษียณของคุณจักรพันธ์
“เราก็รู้ว่าผลตอบแทนที่ได้ อาจจะไม่ได้ดับเบิล แต่ปีละ 10- 20% คือได้แน่ๆ ก็ปล่อยไว้ในระยะยาว แต่ปีนี้ผมเพิ่งจะ 37 ก็มีเวลาให้ผลตอบแทนทบต้นอยู่พอสมควร”






