คุณกฤษฎิ์ กรสุธาทิพย์กุล
ทำความเข้าใจหลักการ แล้วปล่อย AI สร้าง Passive ระยะยาว
กฤษฎิ์ กรสุธาทิพย์กุล
ทายาทธุรกิจ

“ผมเชื่อว่า ยิ่งรีบจะยิ่งช้า หากเรารู้ว่าเบื้องหลังการลงทุนคืออะไร เราก็แค่ DCA เท่ากันทุกเดือน และถือไว้ยาวๆ
Global ETF (เติบโต) ผลตอบแทนรวม +32.06% (22 ก.พ. 64- 23 ก.พ. 68)
ทำความเข้าใจในหลักการ แล้วปล่อย AI สร้าง Passive ให้ระยะยาว รีวิว Jitta Wealth
หลักการและสไตล์การลงทุนเป็นหนึ่งในหัวใจของความสำเร็จในการลงทุน ที่ยิ่งค้นพบไวเท่าไร ยิ่งมีโอกาสประสบความสำเร็จได้ไวเท่านั้น เช่นเดียวกับคุณกฤษฎิ์ กรสุธาทิพย์กุล ทายาทธุรกิจวัย 27 ปีที่เชื่อในการลงทุนระยะยาวด้วย AI เขาเริ่มต้นการลงทุนด้วยความสนใจในเทคโนโลยีเพื่อการลงทุน และเรียนรู้โลกการลงทุนมากว่า 5 ปีแล้ว เวลานี้เขาภูมิใจกับพอร์ต Global ETF ของเขาที่ AI และวินัยของตัวเอง ทำให้พอร์ตนี้เติบโต +32.06% (22 ก.พ. 2564- 23 ก.พ. 2568) ไปแล้ว
จากโปรแกรมเมอร์สู่ความเชื่อมั่นใน AI ของ Jitta Wealth
เพราะศึกษาปริญญาตรีในคณะวิทยาการคอมพิวเตอร์ และสนใจเรื่องการลงทุนตั้งแต่มหาวิทยาลัย คุณกฤษฎิ์จึงสนใจเรื่องการลงทุนด้วย AI และเปิดพอร์ตลงทุนครั้งแรกในกองทุนรวมประเภท Robo Advisor กับธนาคารแห่งหนึ่งตั้งแต่สมัยยังเป็นนักศึกษาอยู่หรือราว 5 ปีก่อน ความสนใจเรื่อง AI เพื่อการลงทุน ทำให้เขาค้นหาข้อมูลจนได้มารู้จักกับ Jitta.com ที่มีการจัด Ranking หุ้นประเทศต่างๆ และเมื่อ Jitta Wealth เปิดให้บริการ เขามองว่าเป็นรูปแบบการลงทุนที่ตอบโจทย์และตรงธีมที่กำลังสนใจ
“แทนที่จะนั่งดู Ranking แล้วไปซื้อหุ้นเอง สู้ให้ Jitta Wealth บริหารไปเลยสบายกว่าเพราะผมเน้นสบายอยู่แล้ว จึงมองหา Robot เพื่อการลงทุน อีกอย่าง ตั้งแต่ศึกษาเรื่องการลงทุนจริงจัง ผมรู้สึกว่าการที่เราลงทุนตามข่าว จะมีอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งผมมองว่าระยะยาวไม่น่าจะเวิร์ก ด้วยความที่เป็นโปรแกรมเมอร์ก็คิดว่า ผมไม่ลงทุนเองก็น่าจะเป็นผลดีกับพอร์ตมากกว่า ปล่อยให้อัลกอริทึ่มทำงานไป โปรแกรมน่าจะตัดสินใจได้ดีกว่ามนุษย์”
หลังจากทดลองเปิดกองทุน Robo Advisor ประมาณ 1 ปี คุณกฤษฎิ์ก็มาเปิดพอร์ตแรกกับ Jitta Wealth ด้วย Global ETF ผ่านมาถึงวันนี้ Global ETF บวกไปแล้ว 32.06% แต่กองทุน Robo Advisor ที่เปิดไว้ก่อนหน้านั้นผลตอบแทนที่ได้ยังแพ้ดอกเบี้ยเงินฝากทั้งที่เป็นพอร์ตเสี่ยงสูง และ DCA ต่อเนื่อง 1,000 บาทต่อเดือน แต่เขาไม่ได้รู้สึกผิดหวังกับ AI เพราะหลักการลงทุนของเขาคือเน้นระยะยาวมากกว่า
DCA สูตรลับการลงทุน 50 : 25 : 25
นอกจาก Global ETF แล้วคุณกฤษฎิ์ยังเปิดพอร์ต Thematic DIY และ Thematic Optimize โดยทั้ง 3 พอร์ต เขาได้จัดสรรเงินเพื่อ DCA ในสัดส่วน 50% : 25% : 25% รวมถึงสมัคร Jitta Card ที่ผูกบัญชีไว้กับพอร์ต Jitta Money อีกด้วย เพื่อไม่ให้กระทบกับเงินที่ต้อง DCA ในแต่ละเดือน ซึ่งเหตุผลในการลงทุนใน Jitta Money เพราะถือเป็นการทดลองของเขาเอง ซึ่งคุณกฤษฎิ์มองว่าภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ควรกระจายพอร์ตไว้หลายๆ รูปแบบ
คุณกฤษฎิ์เชื่อว่าความสำเร็จในการลงทุนต้องมีความอดทน สม่ำเสมอ และรู้สไตล์ การลงทุนของตัวเอง
“คำที่ได้อ่านหนังสือเจอบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็น Buffettology หรือ The Intelligent Investor จะมีหนึ่งใจความสำคัญว่า ยิ่งรีบจะยิ่งช้า ผมเชื่อแบบนั้น ผมจึง DCA ทุกเดือน และถือไปยาวๆ ตอนนี้อายุ 27 ก็ยังมีเวลาให้ถืออยู่ ผมเชื่อว่า ถ้าเข้าใจหลักการลงทุนแบบ VI และ Passive investment รวมถึงให้ความสำคัญกับวินัยในการลงทุน หรือการ DCA และไม่พยายามที่จะจับจังหวะตลาด ตัดอารมณ์และความโลภออกไป ปล่อยให้เงินทำงานอย่างเต็มที่ ในที่สุดแล้วจะสามารถชนะตลาดที่เต็มไปด้วยอารมณ์และความโลภได้อย่างแน่นอน”
จากที่เคยติดลบ 50% สู่ความเข้าใจพอร์ตตัวเอง
ใช่ว่าจะพอร์ตเขียวเสมอไป ประสบการณ์พอร์ตติดลบก็เคยมีให้เห็น คุณกฤษฎิ์เล่าว่าเคยเห็นพอร์ต Thematic DIY ติดลบไปเกือบ 50% แต่วันนี้ก็ปรับขึ้นมาแล้ว แต่เพราะเขารู้และเข้าใจในพอร์ตของตัวเองเป็นอย่างดีว่าสาเหตุที่ติดลบหนัก เป็นเพราะการนำเงินก้อนใหญ่มาใส่ในจังหวะที่ตลาดพีค ดังนั้นแม้จะ DCA ต่อเนื่องแต่ด้วยเงินก้อนที่เล็กกว่ามาก ก็ยากที่จะดึงให้พอร์ตกลับมาบวกได้ง่ายๆ
ขณะที่พอร์ต Global ETF นั้นคุณกฤษฎิ์ให้น้ำหนักเป็น Core Port ที่สัดส่วน 50% โดยใช้เม็ดเงินในการเปิดพอร์ตและ DCA ใกล้ๆ กันทำให้ 4 ปีที่ผ่านมา Global ETF ทำผลตอบแทนได้แบบที่คาดหวัง และการ DCA สามารถช่วยลด DrawDown ลงได้
“การลงใน Global ETF ที่เป็นนโยบายการลงทุนที่เข้าใจง่าย เติบโตตามดัชนีตลาด และมีการ rebalance พอร์ตทั้งสัดส่วนหุ้นและตราสารหนี้ ซึ่งผมเข้าใจดีว่าอัลกอริทึมทำงานแบบไหน แต่ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคใดๆ ล้วนต้องถือยาว ไม่ต้องมานั่ง bet หรือเดาว่าจะต้องลงทุนกับประเทศไหนหรืออุตสาหกรรมไหน”
ตลาดลงคือโอกาส: ‘สายโค้ด’ เชื่อใน Logic ไม่หวั่นไหว
เขายอมรับว่าเปิดพอร์ตดูค่อนข้างบ่อย เป็นการดูเพื่อความสบายใจ หรือสร้างความสดชื่นเมื่อเห็นพอร์ตบวกแล้วมีความสุข ส่วนจังหวะที่พอร์ตติดลบ 50% เขาก็ไม่ได้รู้สึกกลัวอะไร แต่รู้สึกว่าเป็นช่วงที่ดีในการเติมเงินมากกว่าการพะวงว่าตลาดจะลงไปเท่าไร
การที่มีอาชีพการงานและฐานะทางบ้านที่มั่นคงพอให้มองภาพในระยะยาว อาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เขาไม่เครียดหรือเดือดร้อนเมื่อพอร์ตติดลบ แต่อีกประเด็นที่ช่วยเขาได้คือการค้นหาสาเหตุของการที่พอร์ตติดลบให้พบ และทำความเข้าใจสาเหตุนั้นๆ ก็ช่วยให้เขาสามารถยึดหลักการลงทุนระยะยาวได้ดีทีเดียว
คุณกฤษฎิ์เลือกที่จะเป็นนักลงทุนระยะยาวมาตั้งแต่แรก ส่วนหนึ่งมาจากการศึกษาเรียนรู้ แต่นั่นก็ไม่ชัดเจนเท่าการได้เห็นตัวอย่างการ ‘ใช้เงินทำงาน’ จากคุณพ่อของเขาซึ่งเป็นนักธุรกิจที่ลงทุนอยู่แล้ว และยังมีรายได้จากการปล่อยเช่าอสังหาริมทรัพย์จนมีวิถีชีวิตที่สุขสบายได้
“พอเห็นแบบนั้นก็คิดว่า เงินทำงานได้ พอศึกษาๆ ไปก็จะรู้จักเครื่องมือการลงทุน ผมเป็นสาย Code เชื่อใน Logic ดังนั้น การที่เรามองภาพระยะยาวช่วงที่หุ้นร่วงแรง ก็อยากจะมีเงินเยอะๆ ไปเติมมากกว่าจะคิดว่าจะลงไปถึงไหน”
เป้าหมายชัด: สร้าง Passive Income 30,000 บาท ก่อนวัย 30
คุณกฤษฎิ์มีเป้าหมายในการลงทุนขั้นแรกคือการสร้าง Passive Investment ให้มีผลตอบแทนต่อเดือนราว 30,000 บาทเมื่ออายุ 30 ปี ด้วยผลตอบแทนในระดับ 10% ต่อปี เพราะรู้ดีกว่าหลังจากอายุ 30 ปี เขาอาจจะมีภาระการเงินอื่นๆ ตามมา ดังนั้นในเวลานี้เขาจึงต้องการเติมเงินใส่พอร์ตให้ได้มากที่สุดก่อนที่ภาระในอนาคตจะมาถึง ซึ่ง Global ETF ก็สามารถตอบโจทย์ให้เขาได้ในเวลานี้







