เดือนเพ็ญ แซ่เตีย
พัฒนาตนเอง พัฒนาพอร์ตลงทุนให้เติบโต
เดือนเพ็ญ แซ่เตีย
สุดยอดนักขาย

“อย่าเอาเป้าหมายของคนอื่นมาเป็นของตัวเอง จงค้นหาเป้าหมายของตัวเองให้ได้ ผ่านการล้มลุก เรียนรู้ จึงจะประสบความสำเร็จ” Thematic DIY +21.63% (29 ส.ค. 65 – 16 ธ.ค. 67)
พัฒนาตนเอง พัฒนาพอร์ตลงทุนให้เติบโต รีวิว Jitta Wealth จาก นักขายมือทอง
การลงทุนของใครหลายคน อาจจะมีจุดเริ่มต้นและเป้าหมายแตกต่างกัน ระหว่างทางของการลงทุนคือสิ่งที่แต่ละคนต้องเรียนรู้และเลือกวิธีการให้เหมาะกับตัวเอง เช่นเดียวกับคุณเดือนเพ็ญ แซ่เตีย สุดยอดนักขายผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งการพัฒนาตนเอง เธอให้ความสำคัญกับการพัฒนาตัวเองในด้านต่าง ๆ ตั้งแต่ 8 ปีก่อน จนมาพบว่าการเงินก็เป็นหนึ่งในมิติแห่งการพัฒนาชีวิตที่สำคัญมาก ซึ่งเธอใช้เวลาล้มลุกคลุกคลานกับมิตินี้มาไม่น้อยกว่าจะค้นพบพอร์ตลูกรักอย่าง Thematic DIY ที่สร้างผลตอบแทนได้แล้ว +21.63% (29 ส.ค. 65-16 ธ.ค. 67)
จากวิกฤติการเงินสู่ความตระหนักรู้เรื่อง ‘Wealth’
เส้นทางที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ก่อนจะลงทุนคุณเดือนเพ็ญได้เริ่มต้นการพัฒนาตัวเองในหลาย ๆ มิติ จนเข้าสู่ปีที่ 3 ของการพัฒนาตัวเอง ครอบครัวของเธอพบกับวิกฤติการเงิน เธอจึงเริ่มเห็นพื้นฐานชีวิตที่สำคัญและต้องพัฒนาอีกด้านอย่างมิติทางการเงิน จากเดิมที่การเก็บออมเป็นไปอย่างอิสระ ไม่มีกฎหรือหลักการตายตัว เรียกว่าไม่รู้จักวางแผนการเงินแม้แต่น้อย เธอจึงเริ่มหันมาโฟกัสเรื่อง Wealth
ข้อดีคือเธอไม่ใช่คนที่สร้างหนี้เพื่อไลฟ์สไตล์ หนี้ที่มีก็เพื่อการศึกษา บ้านและรถเท่านั้น สิ่งแรกที่ทำคือเริ่มจากการเก็บเงินฉุกเฉิน และหาความรู้ด้านการเงิน ทั้งอ่านหนังสือดู Youtube เข้าคอร์สเรียน ติดตามเพจการเงิน รับข้อมูลจากทุกด้าน จนถึงขั้นสำลักข้อมูล มือใหม่อย่างเธอจับต้นชนปลายไม่ถูก จึงลงทุนด้วยความไม่รู้ และใช้อารมณ์นำ all in กับสินทรัพย์ตัวหนึ่ง ๆ ด้วยความกลัวกับความโลภ จนพอร์ตเสียหาย
“เริ่มลงทุนครั้งแรก ข้อมูลล้นหลามมาก เรากรองไม่เป็นแล้วลงมือทำ คิดแล้วทำเลย เชื่อตัวเองโดยไม่มีองค์ความรู้ที่ถูกต้อง แถมการตั้งเป้าทางการเงินก็ชี้นำโดยคนอื่น ไม่ใช่เป้าที่มาจากภายในของตัวเอง เป็นจุดที่มือใหม่มักจะพลาด สุดท้ายเงินต้นหาย ผลการลงทุนติดลบ ทำให้เกิดความกลัวและไม่เปิดรับความรู้ที่เป็นประโยชน์ เรียกว่าเข็มทิศเสียหลักก็ว่าได้”
ล้มลุกคลุกคลานลงทุน จนต้อง Flip mindset ค้นหาตัวตน
เธอเริ่มตั้งคำถามและค้นพบตัวเองว่า “เราต้องเข้าใจธรรมชาติของตัวเอง” โดยเฉพาะธรรมชาติในการตัดสินใจที่จะส่งผลในทุกมิติ ต้องหมั่นทบทวนตลอดเวลา เพื่อบริหารความเสี่ยงและลดเรื่องของอารมณ์ลง
เคล็ดลับที่ใช้กับตัวเองข้อแรกคือ Flip Mindset หรือกลับความคิดตัวเองเสมอ เป็น Mindset ที่เธอคิดขึ้นมาเอง และนำมาใช้ทุกครั้งเมื่อได้รับข้อมูลใด ๆ แล้วมากระตุ้นความกลัวและความโลภของตัวเองเหมือนในอดีต เธอจะหยุดความคิดที่เกิดขึ้นจากความเชื่อของเธอเองลง แล้วกลับมามองความคิดอีกด้าน โดยอ้างอิงจากมุมมองของผู้ที่ประสบความสำเร็จในการลงทุน อย่างคุณพอล ภัทรพล หรือคุณเผ่า ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์ ซีอีโอ Jitta Wealth จะมองเรื่องนี้อย่างไร หลังจากนั้นจึงค่อย ๆ ทดลองลงทุนตามมุมมองเหล่านั้นทีละเล็กละน้อย หากได้ผลดีและเหมาะกับตัวเองก็ค่อยขยายวงไปเรื่อย ๆ
“ปกติไม่เคยสะท้อนภาพการลงทุนของตัวเองออกมาเลยว่าที่เคยพลาดเป็นเพราะอะไร ซึ่งเรื่องนี้สำคัญมาก เช่นเราไปรับข้อมูลมา มันกระตุ้นอารมณ์ให้เราโลภจนลืมความเสี่ยง เราเลยปรับมา cross check หรือ Flip ความคิด เวลาคุณพอล คุณเผ่าคุยเรื่องการบริหารความเสี่ยง มีหลักการอะไร เช่นเงินต้นต้องไม่หาย แต่ตอนนั้นเรา all in ทุกอย่าง เราชะลอไม่เป็น เพราะเป็นคน active เป็นสายลุย และลุยเกินไปโดยไม่รู้ธรรมชาติตัวเอง เดือนนี้มีเงิน 2 หมื่นบาท ก็ซื้อหุ้นๆ นึงไปทั้งหมด พอร่วงก็ยังไม่ cut loss”
ดีไซน์วิธีลงทุนให้เข้ากับ ‘ธรรมชาติ’ ของตนเอง
อีกหนึ่งเคล็ดลับที่เธอเรียนรู้และออกแบบให้เหมาะกับตัวเอง เมื่อรู้ว่าธรรมชาติของเธอเป็นคนหุนหันพลันแล่น กล้าได้กล้าเสีย จึงตั้งกฎให้กับตัวเอง เมื่อใดที่ได้รับข้อมูลมาจนกระตุ้นให้เกิดความโลภหรือ FOMO (Fear of Missing Out) ก็จะหยุด เพื่อกันตัวเองออกจากวัฏจักรของอารมณ์ เป็นการชะลอความโลภและการตัดสินใจเร็วออกไป เป็น 3 วัน แล้วค่อยมาดูใหม่ รอจนครบ 3 เดือนค่อยตัดสินใจ เพราะตระหนักดีว่าการตัดสินใจด้วยความโลภอาจจะพลาดและรู้สึกเสียใจภายหลังได้
หลังจากผ่านความล้มเหลวในการลงทุนมาถึง 2 รอบจนเริ่มชัดเจนในวิธีและกลยุทธ์การบริหารความเสี่ยงของตัวเอง คุณเดือนเพ็ญตัดสินใจลงทุนกับ Jitta Wealth เมื่อปี 2565 แน่นอนไม่ใช่ความวู่วาม เพราะก่อนหน้านี้เธอรู้จักและติดตามการทำงานของ Jitta Wealth มากว่า 5 ปีแล้ว จากการเพียรศึกษาเรื่องการลงทุน จนมั่นใจและทุ่มเงินแสน ก้อนแรกเข้าไปใน Global ETF ตามมาด้วย Thematic Optimize และ Thematic DIY ในปีเดียวกัน แต่เปิดได้ไม่นานก็ “ดอย” ทั้ง 3 พอร์ต แม้จะแอบช็อกครั้งแรก แต่เมื่อได้ฝึกฝนด้วยกฎที่ตัวเองตั้งมา เธอจึงยอมรับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นได้ แม้ในสถานการณ์ที่เลวร้าย ซึ่งเธอบอกว่าตั้งแต่ได้ลงทุนกับ Jitta Wealth ในปี 2565 จนถึงวันนี้เธอก็ไม่เคยรู้สึกอะไรอีกเลย
ปักธงครบ 45 ปี จะมี Passive income มากพอจนเกษียณ
ทฤษฎีการลงทุนที่คุณเดือนเพ็ญสร้างขึ้นจากการเรียนรู้ด้วยตัวเองส่งผลดีทีเดียว จากช่วง 3 ปีแรกที่เธอมีหนี้สินมากกว่าทรัพย์สิน ในเวลานี้เธอมีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สินแล้ว และกำลังจะก้าวไปสู่ระยะถัดไป คือการไม่มีหนี้ ที่เธอคาดว่าจะใช้เวลาอีก 3 ปีข้างหน้า และเป้าหมายที่สำคัญคืออีก 6 ปี นับจากวันนี้ เธอจะอายุครบ 45 ปี จะเป็นระยะสุดท้ายที่เธอมองว่าทรัพย์สินที่มีจะสามารถสร้าง Passive income ให้เธอมากพอที่จะใช้ชีวิตไปได้จนวัยเกษียณ
เมื่อรู้ธรรมชาติสภาวะจิตใจของตัวเอง เธอจึงเลือกจะเปิดดูพอร์ตก็ต่อเมื่อเศรษฐกิจดี ไม่ใช่ว่ากลัวจิตใจจะอ่อนไหว แต่เป็นการจัดการอารมณ์ที่เธอสามารถเลือกได้ว่าจะสร้างสรรค์จิตเราให้ไปทางไหน หากเข้ามาดูแล้วกระตุ้นให้เกิดความอ่อนไหวก็จะหยุด
“พอร์ตเราเคยเลวร้ายมาแล้ว ทุกวันนี้เราบริหารจิตใจตัวเองได้ เมื่อใดที่รู้ว่าเราเข้ามาดูแล้วกระตุ้นให้เกิดการอ่อนไหวก็จะหยุด เราสร้างกฎดูแลตัวเองขึ้นมาชัดเจน ทุกวันนี้ไม่อ่อนไหวมานานแล้ว เพราะตอนลงทุน Thematic พอร์ตเคยติดลบไป 47% ก็ยังชิลอยู่เลย ไม่ต้องทำอะไร มีเงินก็ลงไป”
พร้อมแชร์บทเรียนพอร์ตแตกคามือด้วยการจัดการ ‘อารมณ์’
นอกจากการพัฒนาการลงทุนของตัวเองแล้ว คุณเดือนเพ็ญยังเข้าไปให้กำลังใจเพื่อน ๆ นักลงทุนในกลุ่ม Jitta Wealth Official เมื่อเห็นเพื่อนนักลงทุนเกิดสภาวะเดียวกับเธอในอดีต เพราะคิดว่าเธอเองเคยมีประสบการณ์อันเลวร้ายมาก ๆ มาแล้ว ทั้งสภาวะอารมณ์ที่กลัวจนมือสั่น พอร์ตแตกคามือ เงิน 6 หลักหายไปภายใน 1 นาที เธอจึงคิดว่าหากใครที่กำลังอยู่ในสภาวะดังกล่าว ได้เห็นข้อความของเธอแล้วอาจจะรู้สึกดีขึ้น เพียงเท่านี้เธอก็รู้สึกมีความสุขแล้ว
“หากเราเสพข้อมูลข่าวสารด้วยอารมณ์ที่พอร์ตคนอื่นบวกแต่ของเราติดลบเป็นเวลานาน ๆ มีโอกาสที่คุณจะตัดสินใจปิดพอร์ตนั้น เหมือนหลาย ๆ ท่านเข้ามาคอมเมนต์เรื่องของการปิดพอร์ต ทั้งที่เค้าลงทุนได้เพียง 1-2 ปี และธรรมชาติของตลาดที่เขาลงทุนยังไม่ถึง cycle แต่เค้าอยู่กับอารมณ์ลบ ๆ นานเกินไปจนลืมมองวัฏจักรทางธุรกิจจริง ๆ ดังนั้นการจัดการสภาวะอารมณ์สำคัญที่สุด สำคัญกว่าเงินที่จะเอามาลงทุนเสียอีก นั่นคือสิ่งที่ง่ายที่สุดแต่ทำยากที่สุด”
ลงทุนในแบบฉบับตัวเองด้วยการ “บริหารอารมณ์-เวลา”
ทุกวันนี้คุณเดือนเพ็ญมีความเข้าใจและมั่นใจในทิศทางการลงทุนของตัวเองชนิดไม่มีอะไรมาสั่นคลอนได้ เพราะสามารถนำทางไปสู่เป้าหมายการลงทุนที่ใหญ่ขึ้นได้ โดยมีหัวใจสำคัญคือการค้นหาเป้าหมายและรูปแบบเฉพาะตัว รวมถึงบริหารปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการลงทุน อย่างอารมณ์และระยะเวลาการลงทุนให้เหมาะสมจะช่วยลดความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้
“เราต้องรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร ต้องค้นหา ต้อง try and learn ด้วยตัวเอง เพราะบริบทและรูปแบบของแต่ละคนไม่เหมือนกัน อย่าเอาเป้าหมายของคนอื่นมาเป็นของตัวเอง จงค้นหาเป้าหมายของตัวเองให้ได้ ผ่านการล้มลุก เรียนรู้ จึงจะประสบความสำเร็จ นอกจากนี้ อารมณ์กับระยะเวลามีความสัมพันธ์กัน ถ้าเราอยู่ในอารมณ์ที่ไม่มั่นคงอย่าเพิ่งรับข้อมูลข่าวสารที่ถาโถมเข้ามา เพราะจะสร้างความสั่นคลอนทางอารมณ์และตัดสินใจผิดพลาดและกลับมาโทษตัวเอง เคยวน loop นี้มาหลายปี แต่ 3 ปีมานี้ไม่เคยโทษตัวเองอีกเลย เพราะใช้กฎในการเข้าใจตัวเอง”






