ลงทุนแล้วไม่ประสบความสำเร็จ? เพราะมองข้าม 3 สิ่งนี้
ไฮไลต์
- คนส่วนใหญ่ลงทุนไม่สำเร็จ ไม่ใช่เพราะเลือกหุ้นผิด แต่เพราะมองข้าม 3 หลักการสำคัญ คือการจัดพอร์ตให้เหมาะสม การปรับพอร์ตสม่ำเสมอ และการเพิ่มทุนต่อเนื่อง
- การถือหุ้นหลายตัวไม่ได้แปลว่ากระจายความเสี่ยง หากสินทรัพย์ในพอร์ตยังคงกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มเดียวกัน
- นักลงทุนที่ประสบความสำเร็จไม่จำเป็นต้องทำนายตลาดได้แม่น แต่ต้องมีวินัยและทำตามแผนการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ
- Global ETF ช่วยกระจายการลงทุนทั่วโลก ปรับพอร์ตอัตโนมัติ และลงทุนแบบ DCA ได้อย่างสบายใจ
หลายคนเริ่มต้นลงทุนด้วยความหวังเดียวกัน นั่นคือ อยากมีชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคต บางคนลงทุนเพื่อเกษียณ บางคนลงทุนเพื่อสร้างเงินก้อนให้ลูก หรือบางคนอยากให้เงินทำงานแทนตัวเองบ้าง
แต่เมื่อเวลาผ่านไป คนส่วนใหญ่กลับพบว่า พอร์ตลงทุนไม่ได้เติบโตอย่างที่คาดหวังเอาไว้ ทั้งที่ลงทุนมาหลายปี อ่านหนังสือเกี่ยวกับการลงทุนมาไม่น้อย แถมติดตามข่าวเศรษฐกิจอยู่เสมอ
คำถามคือ ทำไมคนจำนวนมากลงทุนมาทั้งชีวิต แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ?
หลายคนคิดว่าปัญหาอาจอยู่ที่การเลือกหุ้นผิด ซื้อผิดจังหวะ ไม่มีข้อมูลมากพอ ฯลฯ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ความล้มเหลวของนักลงทุนส่วนใหญ่ อาจเกิดจากการมองข้ามพื้นฐานไม่กี่อย่างก็เป็นได้
ซื้อหุ้นเยอะ ไม่ได้แปลว่ากระจายความเสี่ยง
หนึ่งในความเข้าใจผิดที่พบบ่อยๆ คือการคิดว่า ถือหุ้นหลายตัวหมายถึงกระจายความเสี่ยงแล้ว แต่ในความเป็นจริง หุ้นหลายตัวอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยเดียวกัน
ยกตัวอย่างเช่น หุ้นเทคโนโลยีที่นักลงทุนยุคนี้ให้ความสนใจ ถ้าอุตสาหกรรมเทคฯ เติบโต การถือหุ้นเทคโนโลยีพร้อมกันหลายบริษัทก็อาจให้ผลตอบแทนดี แต่เมื่อไหร่ที่มีปัจจัยลบเข้ามากระทบ เช่น กำไรไม่เป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ หรือมีเทคโนโลยีที่ใหม่กว่าเข้ามาแทนที่ หุ้นทั้งกลุ่มก็สามารถปรับตัวลงพร้อมกันได้
นักลงทุนมืออาชีพจึงให้ความสำคัญกับ การจัดพอร์ตให้เหมาะสม (Asset Allocation) เพราะการกระจายความเสี่ยงที่แท้จริง ไม่ได้หมายถึงการมีหุ้นหลายตัว แต่หมายถึงการมีสินทรัพย์หลายประเภท หลายภูมิภาค อยู่ในพอร์ตลงทุน
ถ้าพอร์ตพึ่งพาสินทรัพย์ประเภทใดประเภทหนึ่งมากเกินไป ความเสี่ยงที่พอร์ตจะเหวี่ยงแรงก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น ในทางกลับกัน ถ้าพอร์ตกระจายความเสี่ยงไปในหลากหลายสินทรัพย์มากขึ้น เช่น หุ้น ตราสารหนี้ หุ้นสหรัฐฯ หุ้นตลาดเกิดใหม่ ฯลฯ พอร์ตก็จะผันผวนน้อยลง
ลงทุนแล้วปล่อยเลยตามเลย ไม่เคยปรับพอร์ต
นักลงทุนจำนวนไม่น้อยใช้เวลาในการศึกษาก่อนลงทุนครั้งแรก แต่หลังจากนั้นกลับแทบไม่เคยกลับมาดูพอร์ตอีกเลย หรือดูก็แค่ลุ้นว่าบวกหรือยัง
ซึ่งโลกการลงทุนเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา สินทรัพย์บางประเภทเติบโตเร็วกว่าที่คาด ขณะที่บางประเภทอาจเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจหรือวัฏจักรตลาด
เมื่อเวลาผ่านไป สัดส่วนการลงทุนในพอร์ตจึงค่อยๆ เปลี่ยนไปจากแผนเดิมโดยที่เจ้าของพอร์ตไม่รู้ตัว ทำให้ความเสี่ยงเพิ่มขึ้น หรือพอร์ตไม่สอดคล้องกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ตั้งแต่แรก
ดังนั้น การปรับพอร์ตอย่างสม่ำเสมอ (Rebalancing) จึงเป็นหนึ่งในหลักการสำคัญของการลงทุนระยะยาว เพราะช่วยให้พอร์ตยังคงเดินหน้าไปในทิศทางที่เหมาะสม แม้สภาวะตลาดจะเปลี่ยนแปลงไปมากแค่ไหนก็ตาม

ใส่เงินก้อนเดียว มักทำให้ไปไม่ถึงเป้าหมาย
อีกหนึ่งพฤติกรรมที่พบได้บ่อย คือการลงทุนก้อนใหญ่เพียงครั้งเดียว แล้วปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยไม่เพิ่มเงินลงทุนอีก
เมื่อพอร์ตไม่เติบโตทันใจ หลายคนเริ่มรู้สึกไม่มั่นใจ เปลี่ยนหุ้น เปลี่ยนกองทุน หรือวิ่งตามกระแสการลงทุนที่กำลังได้รับความนิยมในช่วงนั้น
สุดท้ายกลับกลายเป็นการซื้อแพง ขายถูก โดยไม่รู้ตัว และพลาดโอกาสสร้างผลตอบแทนในระยะยาว
ในทางตรงกันข้าม นักลงทุนที่ประสบความสำเร็จจำนวนมากใช้วิธีที่เรียบง่ายกว่า นั่นคือการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ หรือ DCA ซึ่งช่วยถัวเฉลี่ยต้นทุน ลดความผันผวนให้พอร์ต
แถมยังช่วยให้คุณเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ค่อยๆ เติบโตขึ้น และยังเปิดโอกาสให้พลังของดอกเบี้ยทบต้นทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอีกด้วย
ลงทุนให้สำเร็จ เริ่มต้นจาก 3 หลักการสำคัญ
หากสังเกตนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จในระยะยาว จะพบว่าพวกเขาไม่ได้ทำนายตลาดได้แม่นกว่าคนอื่นเสมอไป และไม่ได้เลือกหุ้นถูกทุกครั้ง
สิ่งที่พวกเขามีเหมือนกัน คือการมีระบบการลงทุนที่ชัดเจน และสามารถทำตามระบบนั้นได้อย่างสม่ำเสมอเป็นเวลานาน
ระบบดังกล่าวมักประกอบด้วย 3 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่
1. การจัดพอร์ตให้เหมาะสม (Asset Allocation)
2. การปรับพอร์ตอย่างสม่ำเสมอ (Rebalancing)
3. การลงทุนต่อเนื่อง (DCA)
ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องง่าย แต่ในความเป็นจริง นักลงทุนส่วนใหญ่มักทำทั้ง 3 เรื่องนี้ได้ไม่ต่อเนื่อง เพราะต้องใช้เวลา ความรู้ และวินัยในการบริหารพอร์ตอยู่ตลอดเวลา
ให้ Global ETF ช่วยจัดการเรื่องยากแทนคุณ
ปัญหาของนักลงทุนจำนวนมากไม่ใช่การขาดความรู้ แต่เป็นการต้องคอยจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง ทั้งจัดพอร์ต ปรับพอร์ต ติดตามข่าวสาร และตัดสินใจลงทุนอยู่ตลอดเวลา
Global ETF จึงถูกออกแบบขึ้นเพื่อช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ โดยนำหลักการลงทุนระดับโลกมาใช้ในการจัดพอร์ต ทั้งการกระจายการลงทุนในหุ้นทั่วโลกและตราสารหนี้ ผ่าน ETF คุณภาพ
พอร์ตมีการปรับสัดส่วนการลงทุนตามหลักการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ ช่วยให้นักลงทุนไม่ต้องคอยติดตามตลาดทุกวัน และยังสามารถลงทุนแบบ DCA ได้อย่างต่อเนื่องผ่านระบบอัตโนมัติ
สำหรับคนที่กำลังวางแผนเกษียณ สร้างเงินก้อนในอนาคต หรืออยากลงทุนระยะยาวอย่างมีระบบ Global ETF จึงเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยให้การลงทุนเป็นเรื่องง่ายขึ้น และเพิ่มโอกาสไปถึงเป้าหมายทางการเงินที่ตั้งใจไว้
การลงทุนสำเร็จ ไม่ได้วัดกันที่ใครเลือกหุ้นเก่งที่สุด
หลายคนใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการหาหุ้นตัวต่อไป หรือพยายามจับจังหวะตลาดให้แม่นที่สุด แต่สุดท้ายกลับมองข้ามสิ่งที่สำคัญกว่า
นั่นก็คือการมีระบบที่ดีพอ และทำตามระบบนั้นได้อย่างต่อเนื่อง
ทั้งการจัดพอร์ตกระจายความเสี่ยง การปรับพอร์ต และการ DCA อาจไม่ใช่เรื่องที่หวือหวา แต่ทั้ง 3 สิ่งนี้คือรากฐานสำคัญที่ช่วยให้นักลงทุนจำนวนมากสร้างความมั่งคั่งได้ในระยะยาว
และบางครั้ง ความแตกต่างระหว่างคนที่ลงทุนสำเร็จกับคนที่ไม่สำเร็จ อาจไม่ได้อยู่ที่หุ้นที่เลือก แต่อยู่ที่ระบบการลงทุนที่ใช้
สนใจลงทุนใน Global ETF ติดต่อเจ้าหน้าที่แนะนำการลงทุนของเราได้ที่ LINE: @JittaWealth โทร. 02-460-8888 ปรึกษาฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Jitta Wealth เพื่อเปิดบัญชีลงทุน
ดูวิดีโอ Global ETF ลงทุนหุ้น ตราสารหนี้ทั่วโลก ครบ จบในพอร์ตเดียว! เริ่มต้น 10,000 บาท ได้ที่นี่
ผู้เขียน
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด ให้บริการบริหารจัดการกองทุนส่วนบุคคลสำหรับผู้ลงทุนรายย่อย ซึ่งได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ใบอนุญาตเลขที่ ลค-0105-01