เด็กจบใหม่ First Jobber ลงทุนอะไรดี? เริ่มต้นง่ายๆ ใน 3 ขั้นตอน
ไฮไลต์
- เด็กจบใหม่ไม่จำเป็นต้องรอให้เงินเดือนสูง ก็เริ่มวางแผนการเงินและลงทุนได้ เพราะการเริ่มต้นเร็วช่วยให้เงินมีเวลาสร้างผลตอบแทนจากดอกเบี้ยทบต้น
- แต่ก่อนจะเริ่มลงทุน ควรมีเงินสำรองฉุกเฉินประมาณ 3-6 เดือนของค่าใช้จ่าย จากนั้นค่อยทยอยลงทุนผ่านกองทุนรวมและ DCA เพื่อสร้างวินัยและเพิ่มโอกาสเติบโตในระยะยาว
- หากยังไม่รู้จะเริ่มจากกองทุนไหนดี Omni Fund เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับมือใหม่ เพราะช่วยจัดพอร์ตลงทุนให้ กระจายทั้งหุ้นทั่วโลกและตราสารหนี้ พร้อมเริ่มต้นลงทุนได้เพียง 1,000 บาท
เริ่มทำงานเดือนแรก ควรทำอะไรก่อน?
ซื้อของที่อยากได้ เก็บเงิน หรือเริ่มลงทุน
จริงๆ แล้ว ไม่จำเป็นต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ควรวางแผนให้เงินแต่ละส่วนมีหน้าที่ของตัวเอง ตั้งแต่เงินใช้ เงินสำรอง ไปจนถึงเงินลงทุน
บทความนี้ชวนมาดู 3 ขั้นตอนที่เด็กจบใหม่เริ่มทำได้ทันที
1 เก็บเงินสำรองฉุกเฉินก่อน
ก่อนเริ่มลงทุน ควรมีเงินสำรองฉุกเฉินประมาณ 3-6 เดือนของค่าใช้จ่าย
เงินก้อนนี้มีไว้สำหรับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เช่น ตกงาน เจ็บป่วย หรือมีค่าใช้จ่ายเร่งด่วน เพื่อไม่ให้ต้องถอนเงินลงทุนออกมาใช้ก่อนเวลา
ตัวอย่าง
- เงินเดือน 18,000 บาท
- ค่าใช้จ่าย 11,500 บาทต่อเดือน
ควรมีเงินสำรองประมาณ 34,500-69,000 บาท
เมื่อมีเงินสำรองเพียงพอแล้ว ก็สามารถลงทุนระยะยาวได้อย่างสบายใจมากขึ้น

2 เริ่มลงทุนผ่านกองทุนรวม
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำงาน หรือไม่มีเวลาศึกษาหุ้นรายตัว การลงทุนผ่าน กองทุนรวม เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เหมาะกับมือใหม่
ข้อดีของกองทุนรวม ได้แก่
- ใช้เงินเริ่มต้นไม่สูง
- มีผู้เชี่ยวชาญบริหารเงินลงทุน
- กระจายการลงทุนในสินทรัพย์หลายประเภท ช่วยลดความเสี่ยง
สำหรับการเริ่มต้น อาจแบ่งเงินประมาณ 10-20% ของรายได้ มาลงทุน
ตัวอย่าง
- เงินเดือน 18,000 บาท
- ลงทุน 10% = 1,800 บาทต่อเดือน
- ลงทุน 20% = 3,600 บาทต่อเดือน
สิ่งสำคัญคือ เลือกสัดส่วนที่เหมาะกับรายได้และสามารถลงทุนได้อย่างต่อเนื่อง
3 ลงทุนแบบ DCA อย่างสม่ำเสมอ
DCA (Dollar-Cost Averaging) คือการลงทุนด้วยจำนวนเงินเท่าเดิมในทุกเดือน
วิธีนี้ช่วยสร้างวินัยในการลงทุน และลดความกังวลเรื่องการจับจังหวะตลาด ไม่ต้องเครียดว่าตลาดจะลงอีกมั้ย หรือตอนนี้ราคาหุ้นแพงไปหรือยัง เพราะการ DCA จะช่วยถัวเฉลี่ยต้นทุนให้อัตโนมัติ
อีกทั้งยังเป็นการค่อยๆ สะสมเงินต้นให้ผลตอบแทนเติบโตได้ดีขึ้นในระยะยาวอีกด้วย
ยกตัวอย่าง หากลงทุนเดือนละ 1,800-3,600 บาท
ในพอร์ตที่สร้างผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 7% ต่อปี
และลงทุนต่อเนื่องเป็นเวลา 20-30 ปี
เงินลงทุนก็มีโอกาสเติบโตเป็น เงินหลักล้าน ได้
แน่นอนว่า ผลตอบแทนในอนาคตอาจแตกต่างจากตัวอย่าง แต่การเริ่มลงทุนเร็วและลงทุนอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยเพิ่มโอกาสให้เงินเติบโตในระยะยาว
เด็กจบใหม่ เริ่มลงทุนกองทุนไหนดี?
หากยังไม่แน่ใจว่าจะเลือกกองทุนไหนดี Omni Fund เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มลงทุน
จุดเด่นของ Omni Fund ได้แก่
- คัดสรรกองทุนรวมมาจัดพอร์ตให้
- กระจายลงทุนทั้งหุ้นทั่วโลกและตราสารหนี้
- คอยปรับพอร์ตการลงทุนให้เป็นไปตามแผนอยู่เสมอ
- เริ่มต้นลงทุนเพียง 1,000 บาท
สำหรับผู้ที่ต้องการโอกาสเติบโตในระยะยาว Omni Fund แผนเติบโต มีผลตอบแทนเฉลี่ยย้อนหลังจากการทดสอบ (Back test) อยู่ที่ 7.88% ต่อปี* จากข้อมูลปี พ.ศ. 2559-2568
จึงเหมาะกับคนที่อยากเริ่มลงทุน แต่ยังไม่มีเวลาศึกษาหรือเลือกกองทุนด้วยตัวเอง สามารถเริ่มต้นลงทุน และค่อยๆ เรียนรู้ตลาด และเติบโตไปพร้อมกับพอร์ต
สนใจลงทุนใน Omni Fund ติดต่อเจ้าหน้าที่แนะนำการลงทุนของเราได้ที่ LINE: @JittaWealth โทร. 02-460-8888 ปรึกษาฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Jitta Wealth เพื่อเปิดบัญชีลงทุน
ดูวิดีโอ เปิดพอร์ต ‘กองทุนรวมที่รวยได้จริง’ ผลตอบแทนย้อนหลังเฉลี่ย 7.85% ต่อปี* | Omni Fund คืออะไร? ได้ที่นี่
ผู้เขียน
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด ให้บริการบริหารจัดการกองทุนส่วนบุคคลสำหรับผู้ลงทุนรายย่อย ซึ่งได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ใบอนุญาตเลขที่ ลค-0105-01